Uncategorized

  • คนเกิดแต่ละเดือน เหมาะกับการออกกำลังกายแบบไหน?

    สำหรับใครที่กำลังมองหากิจกรรมใหม่ ๆแต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเริ่มจากอะไร ลองมาเช็กกันว่าคนเกิดแต่ละเดือนเหมาะกับการออกกำลังกายแบบไหนตั้งแต่วิ่ง เต้น โยคะ มวยไปจนถึงกระโดดเชือกและกีฬาเป็นทีม คำทำนายนี้เป็นคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงและใช้เป็นไอเดียในการเลือกกิจกรรมที่ชอบการออกกำลังกายจริงควรเลือกให้เหมาะกับร่างกายและระดับความพร้อมของแต่ละคน มกราคม — เหมาะกับ “วิ่ง” 🏃 คนเกิดเดือนมกราคมมักเป็นคนที่เมื่อมีเป้าหมายแล้วจะอยากทำให้สำเร็จ มีความจริงจังและชอบเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง การออกกำลังกายที่เหมาะจึงเป็นกิจกรรมที่สามารถตั้งเป้าหมายและติดตามพัฒนาการได้อย่างชัดเจน วิ่ง จึงเหมาะกับชาวมกราคม เพราะสามารถเริ่มจากระยะสั้น ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มตามความพร้อมของตัวเองได้ ยิ่งเห็นว่าตัวเองทำได้มากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกสนุกและอยากพัฒนาต่อ นิสัยเวลาออกกำลังกาย:“วันนี้เอาแค่นี้ก่อน…พรุ่งนี้ต้องทำให้ดีกว่าเดิม!” เหมาะกับ: วิ่ง เดินเร็ว หรือกิจกรรมคาร์ดิโอที่สามารถตั้งเป้าหมายได้ กุมภาพันธ์ — เหมาะกับ “เต้น” 💃 คนเกิดเดือนกุมภาพันธ์มักไม่ค่อยชอบอะไรที่จำเจเกินไปถ้ากิจกรรมนั้นสนุก มีเพลง มีจังหวะ หรือได้เปลี่ยนท่าไปเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสทำต่อเนื่องได้นานกว่า การเต้น จึงเป็นตัวเลือกที่เข้ากันมาก เพราะสามารถเลือกเพลงและสไตล์ที่ตัวเองชอบได้ จะเต้นคนเดียว เต้นตามคลิปหรือเต้นกับเพื่อนก็ได้ จุดสำคัญคือคนเดือนนี้อาจไม่ได้รู้สึกว่า “กำลังออกกำลังกาย” แต่รู้สึกเหมือนกำลังทำกิจกรรมสนุก ๆ มากกว่า นิสัยเวลาออกกำลังกาย:“เหนื่อยไม่รู้ แต่ขอลงสตอรี่ก่อนหนึ่งคลิป” เหมาะกับ: เต้น แอโรบิก Zumba…

  • | | | | | | |

    ถ้าไม่ชอบ 5 สิ่งนี้… อย่าเพิ่งรีบเรียนคณะแพทย์!

    เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนน่าจะเคยคิดว่า “อยากเป็นหมอ” ด้วยภาพจำของอาชีพที่มีเกียรติ ได้ช่วยเหลือคน แถมมั่นคงและรายได้ดีสุดๆ หรือบางคนอาจจะมองภาพตัวเองใส่เสื้อกาวน์เท่ๆ เดินอยู่ในโรงพยาบาล อยากบอกน้องๆ ตรงนี้เลยว่า “การอยากเป็นหมอ” กับ “การใช้ชีวิตแบบหมอ” มันคือคนละเรื่องกันเลย ก่อนที่จะทุ่มเวลาอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ทุ่มแรงกายแรงใจลงสนามสอบ TCAS พี่อยากชวนน้องๆ มาเช็กลิสต์สำรวจตัวเองกันหน่อยว่า ถ้าน้อง “ไม่ชอบ” 5 สิ่งนี้… การเลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ใช่อย่างที่คิดก็ได้นะ 1. ไม่ชอบอ่านหนังสือตลอดชีวิต ถ้าคิดว่า “ตั้งใจสอบเข้าให้ติด เรียนจบ 6 ปีแล้วก็สบาย ไม่ต้องอ่านหนังสือแล้ว” บอกเลยว่าความรู้ทางการแพทย์อัปเดตใหม่ทุกวัน โรคใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แนวทางการรักษาปรับเปลี่ยนเรื่อยๆ ดังนั้น ชีวิตการเป็นหมอคือการ “เรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด” ต่อให้จบมาทำงานแล้วก็ยังต้องอ่านวิจัย ฟังเซกชัน อัปเดตความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ถ้าใครที่เป็นคนเกลียดการอ่านหนังสือ หรือรู้สึกทรมานกับการต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา อาจจะต้องลองคิดดูดีๆ อีกทีแล้วล่ะ 2. ไม่ชอบการรับมือกับความกดดันและความไม่แน่นอน งานของหมอเป็นงานที่ต้องแบกรับ “ชีวิตของคน” ทุกความผิดพลาดในสายอาชีพนี้มีผลกระทบที่สูงมาก ถ้าน้องเป็นคนเครียดง่ายมากๆ รับมือกับความกดดันได้ไม่ดี…

  • เช็กดวงรายเดือน ดวงรายเดือน สิงหาคม2569 #ฉบับวัยเรียน 🔮

    🔮 ดูดวงรายเดือนสิงหาคม 2569 มาแล้ว! เช็กดวงคนเกิดทั้ง 7 วันครบทุกด้าน ทั้ง การงาน/การเรียนการเงิน ความรัก สุขภาพ และข้อควรระวัง ดวงคนเกิดวันอาทิตย์ 📚 การงาน / การเรียน เดือนนี้ถือเป็นช่วงที่ดวงเริ่มเปิดอย่างชัดเจน หากกำลังสมัครงาน สอบ หรือรอผลสัมภาษณ์ มีแนวโน้มได้รับข่าวดีในช่วงครึ่งหลังของเดือน นักเรียนและนักศึกษา จะมีแรงบันดาลใจในการเรียนมากขึ้น 💰 การเงิน รายรับค่อนข้างดี มีโอกาสได้เงินพิเศษ โบนัส ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้เสริม แต่ก็มีเกณฑ์ใช้เงินกับของที่อยากได้ เทคโนโลยี หรือการท่องเที่ยว ควรวางแผนการใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า 💕 ความรัก 🪫 สุขภาพ ระวังอาการปวดศีรษะ นอนไม่พอ และความเครียดสะสม ⚠️ ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ตัดสินใจ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับคนรอบตัว ดวงคนเกิดวันจันทร์ 📚 การงาน / การเรียน เดือนนี้เป็นช่วงที่ต้องรับผิดชอบหลายเรื่องพร้อมกัน แม้จะเหนื่อยแต่ผู้ใหญ่จะเห็นความตั้งใจของคุณมีเกณฑ์ได้รับคำชม ได้รับโอกาสใหม่ หรือได้รับมอบหมายงานสำคัญ…

  • | | |

    Forward คืออะไร สายบริหาร-บัญชี มธ. ต้องรู้ด่วน!

    สำหรับน้อง ๆ dek70 และเด็กซิ่ว ที่กำลังเล็ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไว้บอกเลยว่าต้องรู้จัก การสอบที่ชื่อว่า “Forward” Forward มันคืออะไร สอบไปทำไม แล้วเกี่ยวอะไรกับรอบพอร์ต (Portfolio) วันนี้พี่ TCASTER จะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ อ่านจบพร้อมเตรียมตัวทันที! Forward คืออะไร Forward มีชื่อเต็มแบบหรูหราว่า Foremost Wisdom Academic Readiness Demonstration คือ ข้อสอบวัดสมรรถนะทางด้านการจัดการสมัยใหม่และทักษะทางด้านบริหารธุรกิจ ที่จัดสอบโดย ศูนย์ทดสอบสมรรถนะแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุดประสงค์ของข้อสอบนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้คนที่มีแพสชันอยากเป็นนักธุรกิจ หรืออยากเรียนสายบริหาร-บัญชี ได้เช็กจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของตัวเอง แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับ dek70 ก็คือ มันกลายมาเป็นคะแนนสำคัญที่ต้องใช้ยื่นในรอบที่ 1 Portfolio ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. นั่นเอง ⚠️ ข้อควรระวังสุด ๆ: คะแนน Forward มีอายุ 1 ปีเท่านั้น แปลว่าน้อง ๆ…

  • | | | | |

    สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ จำเป็นไหม?

    การเตรียมตัวเข้าสู่ระบบ TCAS หนึ่งในเกณฑ์การคัดเลือกที่พบบ่อยในรอบ Portfolio ที่สร้างความกังวลและสร้างสับสนมากที่สุด คือ “ผลคะแนนทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ” จนน้อง ๆ หลายคนเกิดคำถามว่า การสอบเหล่านี้มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และหากต้องการสอบ ควรเลือกข้อสอบประเภทไหนจึงจะตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ จำเป็นแค่ไหน คะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเปรียบเสมือน “เครื่องมือการันตีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ” ที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยให้คณะกรรมการสามารถประเมินศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยความจำเป็นในการยื่นคะแนนสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้: ข้อสอบภาษาอังกฤษยอดฮิตสำหรับยื่นรอบ Portfolio ในการเลือกสอบ น้องๆ ควรคำนึงถึงคณะเป้าหมาย และเกณฑ์ของคณะ และงบประมาณเป็นหลัก โดยมีตัวเลือกยอดนิยมที่มหาวิทยาลัยยอมรับ ดังนี้ 1. IELTS 2. TOEIC 3. CU-TEP 4. TU-GET อายุของคะแนนมีระยะเวลา 2 ปี 💡 สรุปขั้นตอนการวางแผนเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ การเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาอังกฤษล่วงหน้า ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่านการคัดเลือกรอบ Portfolio เท่านั้น แต่ทักษะภาษาอังกฤษที่ได้รับการพัฒนาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและการทำงานในอนาคตด้วย

  • | | | |

    CU-AAT คืออะไร และจำเป็นต้องสอบไหม

    สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แน่นอนว่าจะต้องพบกับเกณฑ์การยื่นคะแนนที่ชื่อว่า “CU-AAT” เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ CU-AAT คืออะไร? CU-AAT ย่อมาจาก Chulalongkorn University Academic Aptitude Test คือ ข้อสอบวัดความถนัดทางวิชาการ จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติของจุฬาฯ (รวมถึงบางคณะในสถาบันอื่น เช่น SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เปิดรับคะแนนนี้เช่นกัน) ข้อสอบ CU-AAT และหัวข้อที่ออกสอบ ข้อสอบ CU-AAT ดำเนินการสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คะแนนเต็มรวม 1,600 คะแนน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. Math Section (คณิตศาสตร์) | 55 ข้อ เวลา 70 นาที (800 คะแนน) เน้นการทดสอบทักษะการคำนวณและการแก้โจทย์ปัญหา (Problem…

  • | | | | |

    ยังไม่รู้จะเรียนอะไร เริ่มต้นยังไงลองทำ 4 Step นี้

    เชื่อว่าน้องๆ หลายคน โดยเฉพาะคนที่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบ TCAS คงตื่นมาเจอคำถามนี้บ่อยจนเริ่มเครียด บางคนหันไปมองเพื่อนรอบตัวก็เห็นพวกเขามีเป้าหมายชัดเจน ตัดภาพมาที่ตัวเรา… แค่คิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรยังคิดไม่ค่อยออกเลย… พี่อยากจะบอกตรงนี้ให้พวกเราสบายใจก่อนเลยว่า “การที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรในวัย ม.ปลาย ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด” เพื่อนๆ อีกครึ่งประเทศก็กำลังเกาหัวกับคำถามนี้อยู่เหมือนกัน เพราะโลกยุคนี้มีคณะและอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด วันนี้พี่เลยมาชวนเล่นสนุกกับ “4 Step ค้นหาตัวตนฉบับเร่งด่วน” ที่จะช่วยเปลี่ยนความสับสนให้กลายเป็นแผนที่นำทางชีวิต ช่วยให้น้องๆ เจอคณะที่ใช่และอาชีพที่ชอบได้ง่ายขึ้น มาลุยกันเลย Step 1: List สิ่งที่ชอบ VS สิ่งที่ทำได้ดี ให้ชวนลองสำรวจตัวเองโดยแบ่งสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ทำได้ดี ลองดูว่ามีจุดไหนที่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวามาเจอกันได้บ้าง เช่น ถ้าชอบดูซีรีส์สืบสวน (ฝั่งซ้าย) + เป็นคนช่างสังเกตและชอบวิเคราะห์ (ฝั่งขวา) น้องอาจจะเหมาะกับคณะสายจิตวิทยา, นิติวิทยาศาสตร์ หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) Step 2: ลองวิเคราะห์ผ่านกิจกรรม ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองชอบกินอาหารเมนูไหน ถ้าไม่เคยลองชิม การค้นหาตัวตนก็เหมือนกัน ถ้าเรานั่งอยู่เฉยๆ ในห้องเรียน เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าคณะนั้นเขาเรียนอะไรกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ “การเอาตัวเองออกไปลอง”…

  • | | | |

    เรียนอะไรดี? ค้นหาตัวตนผ่านอาชีพที่ใช่ใน 1 นาที กับ TCASter

    “จะจบ ม.ปลาย แล้ว…เรียนอะไรดี?” เชื่อว่านี่น่าจะเป็นคำถามยอดฮิตอันดับหนึ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับน้อง ๆ มัธยมปลาย (รวมถึงคุณพ่อคุณแม่) มากที่สุดคำถามหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะการเลือกคณะหรือสาขาวิชาในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่เรื่องของใบปริญญา แต่คือการวางรากฐานสำหรับอนาคตและการทำงานของเราไปอีกหลายสิบปี แต่ปัญหาก็คือ คณะและสาขาวิชาในปัจจุบันมีให้เลือกเยอะมาก! แถมบางทียังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราชอบในวันนี้ จะใช่อาชีพที่เราอยากทำในวันหน้าหรือเปล่า วันนี้เราเลยจะมาชวนน้อง ๆ สลัดความเครียด แล้วมาลองหาคำตอบไปพร้อมกันว่า ถ้ายังเลือกไม่ได้ว่าจะ “เรียนอะไรดี” จะมีทางลัดไหนบ้างที่ช่วยให้เราเจอคณะที่ใช่ได้เร็วที่สุด! ทางลัด! ค้นหาตัวเองผ่านอาชีพใน 1 นาที กับ TCASter ตอนนี้ TCASter มีฟีเจอร์สุดเจ๋งที่จะมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวให้น้อง ๆ ได้ลอง “ค้นหาตัวเองผ่านอาชีพใน 1 นาที” ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับน้อง ๆ ที่คิดไม่ออกว่าจะเรียนต่อคณะไหนโดยเฉพาะ โดยระบบจะช่วยสแกนจากอาชีพที่น้อง ๆ สนใจ หรือลักษณะงานที่ชอบ แล้วประมวลผลออกมาให้ทันทีว่า ถ้าอยากทำอาชีพนี้ หรือมีความชอบแบบนี้ ควรจะเลือกเรียนในคณะหรือสาขาวิชาไหน และต้องเตรียมตัวสอบอะไรบ้างในระบบ TCAS มาเล่นกันเลย! สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพอะไร สามารถทำแบบทดสอบค้นหาตัวตนและอาชีพที่ใช่ด้วย MBTI…

  • | | | | |

    รอบโควตาคืออะไร ใช้คะแนนอะไรยื่นบ้าง? 

    ถ้าพูดถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS รอบที่ถูกพูดถึงบ่อยรองลงมาจากรอบพอร์ตและรอบแอดมิชชัน แต่กลับมีความสับสนมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น “รอบที่ 2 Quota (รอบโควตา)” นี่แหละ… บางคนได้ยินคำว่าโควตาแล้วคิดไปไกลว่า “อ๋อ… ต้องเป็นเด็กเรียนดีอันดับหนึ่งของโรงเรียนเท่านั้นหรือเปล่า?” หรือ “ต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติไหมถึงจะยื่นได้?” พี่บอกเลยว่า “ไม่ใช่แค่นั้น!” วันนี้พี่ TCASter จะมาเคลียร์ให้ชัดว่ารอบโควตาคืออะไร และต้องเตรียมคะแนนอะไรบ้าง มาดูกันเลย! รอบโควตา (Quota) คืออะไร ? ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ “รอบโควตา คือ รอบที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้เฉพาะกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด” เข้ามาแข่งขันกันเองครับ พูดง่ายๆ คือไม่ใช่ทุกคนจะยื่นได้ แต่ต้องเป็นคนที่มี “คุณสมบัติ” ตามเงื่อนไขของคณะนั้นๆ เท่านั้นซึ่งเงื่อนไขหรือคุณสมบัติเฉพาะที่ว่านี้ มักจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ 1. โควตาพื้นที่ / ภูมิภาค มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดมักจะเปิดรับเด็กที่เรียนอยู่ในเขตพื้นที่นั้นๆ เช่น โควตาภาคเหนือ (มช.), โควตาภาคอีสาน (มข.), โควตาภาคใต้ (มอ.) หรือโควตา 30…

  • | | | | |

    “สอวน.” คืออะไร? แล้วทำไมเด็กรอบ Portfolio ถึงห้ามพลาด!

    ใครที่กำลังมองหากิจกรรมด้านวิชาการ ที่จะทำให้ Portfolio ของเราดูน่าสนใจ โดดเด่นเข้าตากรรมการ โดยเฉพาะสายแพทย์ เภสัช ทันตะ สัตวแพทย์ วิศวะ หรือวิทยาศาสตร์ วันนี้พี่มีหนึ่งโครงการระดับชาติมาแนะนำให้รู้จัก นั่นคือ “สอวน.” … บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่? แล้วทำไมรุ่นพี่หลายคนถึงยอมอดหลับอดนอนอ่านหนังสือเพื่อไปสอบสิ่งนี้? วันนี้เรามาเจาะลึกกันเลย! สอวน. คืออะไร? สอวน. ย่อมาจาก มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อธิบายง่าย ๆ คือ มันคือ “โครงการค้นหาและคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมที่มีความสามารถโดดเด่นในวิชาการ” เพื่อเข้าค่ายฝึกอบรมความรู้แบบเข้มข้น (เนื้อหาเกินหลักสูตร ม.ปลาย ไปถึงระดับมหาวิทยาลัย) และคัดเลือกตัวแทนประเทศไปแข่ง โอลิมปิกวิชาการ ระหว่างประเทศนั่นเอง มีวิชาอะไรให้สอบบ้าง? วิชาที่เปิดสอบจะเน้นไปที่สายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นหลัก ได้แก่: เหตุผลที่ต้องสมัคร สอวน. ถ้าถามว่า “เหนื่อยสอบไปทำไม?” นี่คือ 5 ผลประโยชน์ที่น้องจะได้รับ ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน 1. ใช้ยื่นรอบ Portfolio นี่คือเหตุผลอันดับหนึ่งเพราะ มหาวิทยาลัยหลายที่…