แชร์วิธีทำ Active Recall เทคนิคอ่านหนังสือให้จำได้นาน – TCASter

วันที่โพสต์
เทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall

น้อง ๆ เคยไหม อ่านหนังสือทีไร จำได้ไม่นานก็ลืม ต้องย้อนกลับมาอ่านใหม่ตลอด ที่เป็นแบบนี้อาจะเพราะน้อง ๆ ไม่ได้เอาสิ่งที่เราอ่านและเก็บไว้ในสมองออกมาใช้ ทำให้สมองรู้สึกว่าไม่สำคัญ ทำให้หลงลืมไปนั่นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ทีจะมาแนะนำวิธีการ Active Recall ดึงความจำออกมาใช้ ให้จำเนื้อหาที่อ่านได้นาน ๆ นั่นเอง

แชร์วิธีทำ Active Recall เทคนิคอ่านหนังสือให้จำได้นาน

Active Recall  คือ วิธีการเรียนที่เน้นให้สมองดึงความรู้จากความทรงจำออกมาใช้ ไม่ใช่การอ่านหนังสือหรือทบทวนแบบผ่านตาอย่างเดียว (passive review)  โดยใช้การ “ทดสอบตัวเอง” เป็นหัวใจหลัก จะทำให้จำได้ดีขึ้นและนานขึ้น เพราะการดึงข้อมูลบ่อย ๆ จะเสริมการเชื่อมโยงในสมอง (retrieval strengthens memory) และทำให้สมองรู้สึกว่า ข้อมูลนี้คือสิ่งสำคัญ ไม่ปล่อยให้หลงลืมไปง่าย ๆ นั่นเอง

ทำไม Active Recall ถึงได้ผล 

  • Testing effect — การถูกทดสอบช่วยให้จำได้ดีขึ้นกว่าการอ่านซ้ำ ๆ ไปเฉย ๆ 

  • Desirable difficulty — ความยากที่เหมาะสมในการดึงความจำ (การที่สมองต้องพยายามดึงความจำออกมาใช้) ทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพกว่า

  • Metacognition — รู้ว่าตัวเองรู้อะไรไม่รู้อะไร ช่วยให้น้อง ๆ ปรับการเรียนได้ตรงจุดขึ้น

  • Spaced retrieval (ผสานกับ spaced repetition) — ทบทวนซ้ำเป็นช่วง ๆ จะทำให้จำเนื้อหาในระยะยาวได้ดี

ขั้นตอนการทำ Active Recall (แบบทีละขั้น ใช้ได้ทันที)

  1. อ่าน/เข้าใจรอบแรก (Comprehension)
    อ่านหนังสือ โดยเน้นไปที่หัวข้อให้เข้าใจภาพรวม (ไม่ต้องท่องจำ แค่อ่านผ่าน ๆ) — ทำโน้ตสั้น ๆ เป็นใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน (ไม่เกิน 3–5 ประเด็น)

  2. ปิดหนังสือแล้ว ‘เรียก’ ความจำมาใช้ (Recall)
    อ่านหนังสือจบ ลองปิดหนังสือ แล้ว:

    • เขียนสรุปด้วยตัวเอง (ห้ามเปิดหนังสือนะ) หรือ

    • พูดออกเสียงว่า “เมื่อกี้อ่านอะไรบ้าง” ประเด็นสำคัญคือต้อง พยายามดึงข้อมูลออกมาจากสมองเราให้ได้มากที่สุด

  3. ตรวจคำตอบ (Feedback)
    เปิดหนังสือเช็กเรื่องที่ลืมหรือผิด แล้วจดข้อที่ยังจำไม่ได้เป็น “รายการต้องทวน”

  4. แก้ไข & ทำเป็นคำถาม
    เปลี่ยนหัวข้อ/ข้อที่ลืมเป็นคำถามสั้น ๆ (ลองทำเป็น Flashcards หรือ Q&A) หรือใช้ cloze deletion (ตัวอย่างเช่น “กระบวนการ ___ ทำหน้าที่ ___”)

  5. ทบทวนแบบเว้นระยะ (Spaced Repetition)
    ทบทวนเรื่องที่อ่านในช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้น เช่น วันถัดไปหลังอ่านจบ, 3 วันหลังอ่านจบ, 1 สัปดาห์หลังอ่านจบ, 2 สัปดาห์หลังอ่านจบ, 1 เดือนหลังอ่านจบ

รูปแบบ/เครื่องมือที่ใช้ได้

  • Flashcards (โปรแกรม Anki, Quizlet หรือเขียนในกระดาษ) — ด้านหน้าเขียนคำถาม คำตอบหลัง

    • แบบ Q-A (เขียนคำถามให้ตอบ)

    • แบบ Cloze (เติมคำสำคัญในประโยค) 

  • ทำโจทย์จริง (Practice problems) — โดยเฉพาะวิชาที่ต้องแก้ปัญหา (คณิต ฟิสิกส์ เคมี)

  • Feynman Technique — อธิบายหัวข้อนั้นให้คนอื่นหรือจดเป็นสรุป ใช้ภาษาง่าย ๆ ที่เด็ก ม.ต้นก็เข้าใจได้

  • การสอนเพื่อน / Quiz กันเป็นกลุ่ม — สลับกันถาม–ตอบ

  • Mock test / Full practice exam — จำลองสนามจริงเพื่อช่วยให้สมองดึงความรู้และทดสอบเรื่องการจัดการเวลา

ยกตัวอย่างการทำ Active Recall ตามวิชา

  • ชีววิทยา: อ่านเนื้อหา → ปิดหนังสือ → วาด flowchart จากความจำ → เช็ก → แปลงเป็น 5 คำถามแบบ open-ended

  • คณิต / ฟิสิกส์: อ่านทฤษฎี/สูตร → ปิดหนังสือ → พยายามแก้โจทย์ตัวอย่างโดยไม่ดูขั้นตอน → เช็กข้อผิด → สร้างโจทย์ให้ตัวเอง

  • ภาษาอังกฤษ: อ่านบทความ → ปิด → สรุปใจความหลักเป็นประโยคของตัวเอง + ทำ Cloze กับ collocation ที่สำคัญ

  • สังคม / ไทย: อ่านเหตุการณ์/บทวิเคราะห์ → ปิด → เขียนข้อสรุป 3 ประเด็น + ถามว่า “ทำไม”, “มีผลอย่างไร”
    (สามารถใช้ Pomodoro 25/5 เพื่อแบ่งช่วงการอ่านหนังสือและทำ Active Recall ได้นะ)

 

ตัวอย่างแบบฟอร์มคำถาม (สำหรับทำ Flashcards / สร้าง Q&A)

  • Open-ended : ตั้งคำถามปลายเปิด เช่น ให้อธิบายกระบวนการ X และบอกผลลัพธ์ Y

  • Why / How / Compare: เปรียบเทียบความแตกต่าง เช่น ทำไม A ถึงต่างจาก B?, อธิบายเหตุผล…

  • Application: ถ้าสมมติ A เกิดขึ้น จะเกิดอะไร?

  • Cloze: เติมคำในช่องว่าง เช่น ________ เป็นสารตั้งต้นของ _______

  • Stepwise: เขียนขั้นตอนแก้สมการ หรือ วิธีพิสูจน์มีอะไรบ้าง?

แนะนำตารางทำ Spaced Repetition 

  • ครั้งที่ 1: ทบทวนหลังอ่านหนังสือจบ 1 วัน

  • ครั้งที่ 2: ทบทวนหลังอ่านหนังสือจบ 3 วัน

  • ครั้งที่ 3: ทบทวนหลังอ่านหนังสือจบ 7 วัน

  • ครั้งที่ 4: ทบทวนหลังอ่านหนังสือจบ 14 วัน

  • ครั้งที่ 5: ทบทวนหลังอ่านหนังสือจบ 30 วัน

  • ปรับตามผล หากยังจำไม่ได้ให้ลดช่วง (เช่น 1 วัน → 2 วัน → 4 วัน)

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยในการทำ Active Recall และทำให้จำไม่ได้ดีเท่าที่ควร & วิธีแก้

  • อ่านหนังสือแล้วไม่ตั้งคำถาม → แก้: ลองตั้งคำถามทันทีหลังอ่านหนังสือจบ

  • ทำ flashcard เป็นบทความยาว ๆ → แก้: แยกเป็นคำถามสั้น ๆ ชัดเจน ช่วยให้โฟกัสได้มากกว่า

  • ทบทวนแบบซ้ำต่อเนื่องในวันเดียว (massed practice) → แก้: ใช้ spaced repetition แทน

  • หวังผลเร็ว อยากจำทั้งเล่มในวันเดียว → แก้: แบ่งอ่านเป็นหัวข้อย่อย + ทบทวนเป็นระยะ

  • ไม่จดข้อผิดพลาด → แก้: ย้อนทบทวนข้อที่ผิดบ่อย ๆ ก่อน

วิธีวัดความคืบหน้า

  • Accuracy rate: จากคำถามทั้งหมด → ถูกกี่ข้อ (%)

  • Time to recall: ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการตอบคำถาม (ถ้าใช้เวลาลดลง = จำได้ดีขึ้น)

  • Error log: จดหัวข้อที่ผิดบ่อย หลังทบทวนแล้วดูว่าทำข้อสอบได้ไหม

  • Mock exam score: ใช้คะแนนสอบลองทำเป็นตัวชี้วัดว่าเตรียมสอบมาได้ดีแค่ไหนแล้ว

เครื่องมือแนะนำ

  • Anki (ใช้ทำ flashcard และ spaced repetition)

  • Quizlet (ใช้ทำflashcard ออนไลน์)

  • Notion / OneNote / Notability / Good Note หรือแอปจดสรุปอื่น ๆ (จดโน้ต ทำ Q&A)

  • สมุด/บัตรคำกระดาษสำหรับทำ flashcard หรือ Q&A สำหรับน้อง ๆ ที่ชอบอะไรที่จับต้องได้

*ต้องทำเป็นนิสัย –> ทุกครั้งที่อ่านบทใหม่ ให้มี “ช่วงทดสอบตัวเอง” เสมอ สักแค่ 5–10 นาทีต่อหัวข้อ แค่ทำเป็นประจำก็เห็นผลแล้ว

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 1

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 2

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 3

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 4

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 5

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 6

เทคนิคอ่านหนังสือเตรียมสอบ Active Recall 7

สุดท้ายนี้ พี่ทีก็อยากจะบอกว่า การจะทบทวนหรืออ่านหนังสือให้จำได้นาน คือ การเริ่มจากหัวข้อเล็ก ๆ แล้วขยายวงการอ่านให้เพิ่มขึ้น อย่าพยายาม Active Recall กับ “ทั้งเล่ม” ในครั้งเดียว ใช้การผสมผสาน Active Recall + Practice Problems + Spaced Repetition คือสูตรที่อาจจะเวิร์กสำหรับสายสอบมากที่สุด

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“โครงการเพชรสุนันทา” เรียนดี มีทุนแจก พร้อมโอกาสต่อป.โท-เอก TCAS69 แจก 57 ทุน!!

75 views

เช็กคณะที่เปิดรับใน โครงการช้างเผือก รอบ 1.2 ม.เกษตรศาสตร์ TCAS69 ได้ที่นี่เลย!

39 views

TCAS69 รอบโควตา ม.มหิดล รับรวม 1,627 ที่นั่ง เริ่ม 20 มี.ค. 69 นี้

49 views

เช็ก 10 อันดับ คณะรัฐศาสตร์ ที่แข่งขันสูงที่สุด #DEK69 อยากเข้าคณะนี้ ต้องฟิตด่วน!

70 views

เช็ก 10 อันดับ คณะ/สาขา บริหารธุรกิจ ที่แข่งขันสูงที่สุด #DEK69 อยากเข้าคณะนี้ ต้องฟิตด่วน!

64 views

แจก Progress Checklist เช็กความพร้อมเตรียมสอบทุกวิชา ฟรี!

33 views