น้องๆ เคยสงสัยไหมว่า… “แพทย์แผนไทย” กับ “แพทย์แผนไทยประยุกต์” ชื่อก็คล้ายกัน แถมเรียนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและหัตถการเหมือนกัน แล้วสรุปว่าสองสาขานี้ ต่างกันตรงไหน?
สายไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากัน วันนี้พี่ TCASter จะพาน้องๆ มาดูให้เห็นกันชัดๆ ว่าเรียนอะไรบ้าง เครื่องมือต่างกันไหม ใบประกอบวิชาชีพเป็นอย่างไร และจบไปทำงานอะไรได้บ้าง
“แพทย์แผนไทย” (Traditional Thai Medicine)
แพทย์แผนไทย คือ ศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพที่อิงตามภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม การเรียนจะเน้นไปที่องค์ความรู้คัมภีร์แพทย์แผนไทยโบราณ การปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) และการดูแลรักษามนุษย์แบบองค์รวม (Body, Mind, Environment)
- เน้นเรียนอะไรบ้าง? การเรียนแพทย์แผนไทยจะครอบคลุม 4 เวชกรรมหลัก ได้แก่:
- เวชกรรมไทย: การตรวจ วินิจฉัย และสั่งยารักษาสมุนไพรตามคัมภีร์แพทย์แผนไทย
- เภสัชกรรมไทย: การรู้จักตัวยาสมุนไพร การเก็บ การแปรรูป และการปรุงยาไทย
- นวดไทย: การนวดเพื่อการรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายตามจุดและเส้นประธาน
- ผดุงครรภ์ไทย: การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ การคลอดแบบแผนโบราณ และการดูแลหลังคลอด (เช่น การทับหม้อเกลือ)
- จุดเด่น: เข้าถึงศาสตร์ดั้งเดิมอย่างลึกซึ้ง เชี่ยวชาญเรื่องคัมภีร์ สมุนไพร และการปรับสมดุลร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติแท้ๆ
“แพทย์แผนไทยประยุกต์” (Applied Thai Traditional Medicine)
แพทย์แผนไทยประยุกต์ คือ การนำเอาองค์ความรู้แพทย์แผนไทยมา ผสมผสานและประยุกต์ใช้ร่วมกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน น้องๆ จะได้เรียนทั้งตำรับยาโบราณควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน เพื่อใช้อธิบายกลไกการเกิดโรคและตรวจวินิจฉัยได้อย่างเป็นระบบ
- เน้นเรียนอะไรบ้าง?
- หมวดแผนไทย: เรียนเวชกรรม เภสัชกรรม นวดไทย และผดุงครรภ์ไทยเหมือนแผนไทย
- หมวดวิทยาศาสตร์การแพทย์: เรียนวิชาพื้นฐานเดียวกับคณะแพทย์ เช่น กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy – ส่องกล้องอาจารย์ใหญ่), สรีรวิทยา (Physiology), ชีวเคมี (Biochemistry), และพยาธิวิทยา (Pathology)
- จุดเด่น: สามารถอธิบายการรักษาแบบไทยด้วยหลักวิทยาศาสตร์สากล และใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐานในการตรวจวินิจฉัยร่วมด้วยได้
สรุปความแตกต่าง: แผนไทย VS แผนไทยประยุกต์
1. การใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
- แพทย์แผนไทย: เน้นการตรวจด้วยศาสตร์แผนไทย เช่น การซักประวัติ การจับชีพจร การตรวจธาตุ และการสัมผัส ไม่เน้นใช้อุปกรณ์การแพทย์
- แพทย์แผนไทยประยุกต์: สามารถใช้อุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานในการตรวจเบื้องต้นได้ เช่น หูฟังตรวจปอดและหัวใจ (Stethoscope), เครื่องวัดความดันโลหิต, ค้อนเคาะเข่า (Reflex Hammer) และไฟฉายตรวจตา/คอ
2. ใบประกอบวิชาชีพ (Licence)
- แพทย์แผนไทย: สอบแยกใบประกอบวิชาชีพ 4 ใบ ตามความเชี่ยวชาญ (เวชกรรมไทย, เภสัชกรรมไทย, นวดไทย, ผดุงครรภ์ไทย)
- แพทย์แผนไทยประยุกต์: สอบใบประกอบวิชาชีพ 1 ใบรวม คือ “ใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์” ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน
4. ตารางเปรียบเทียบชัดๆ แพทย์แผนไทย VS แพทย์แผนไทยประยุกต์
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แพทย์แผนไทย (TTM) | แพทย์แผนไทยประยุกต์ (ATTM) |
| เนื้อหาการเรียน | ภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม + คัมภีร์ยาไทย | ภูมิปัญญาไทย + วิทยาศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน |
| การเรียนกายวิภาคศาสตร์ | เรียนเน้นแลนด์มาร์ก/เส้นประธานและกล้ามเนื้อ | เรียนแล็บอาจารย์ใหญ่ (Anatomy) ชัดเจน |
| เครื่องมือตรวจวินิจฉัย | ตรวจตามหลักแพทย์แผนไทย | ใช้อุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานได้ (หูฟัง, วัดความดัน) |
| ใบประกอบวิชาชีพ | สอบแยก 4 ใบ (ตามสาขา) | สอบรวม 1 ใบ (แพทย์แผนไทยประยุกต์) |
| สถานที่ทำงาน | รพ.รัฐ, รพ.สต., คลินิกเอกชน, ศูนย์สปา/การแพทย์แผนไทย | รพ.ศูนย์, รพ.จังหวัด, รพ.เอกชน, คลินิกส่วนตัว, วิจัยยาสมุนไพร |
5. จบไปทำงานอะไรได้บ้าง?
ทั้งสองสาขาสามารถทำงานในสายงานสุขภาพได้หลากหลายคล้ายคลึงกัน เช่น:
- บุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยงานรัฐ: ประจำโรงพยาบาลศูนย์, โรงพยาบาลชุมชน, หรือ รพ.สต. ในฝ่ายการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
- อาจารย์ / นักวิจัย: ทำวิจัยเกี่ยวกับยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ หรือเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
- เจ้าของธุรกิจ / คลินิกส่วนตัว: เปิดคลินิกการแพทย์แผนไทย/แผนไทยประยุกต์รักษาโรค หรือทำธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพร สปา และศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม
- ภาคเอกชน: ที่ปรึกษาด้านสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชน, โรงแรม, Wellness Center หรือบริษัทผลิตยาสมุนไพรและเครื่องสำอาง
6. สรุปแล้ว… เราเหมาะกับสาขาไหนมากกว่ากัน?
- เลือก “แพทย์แผนไทย” ถ้า… ชื่นชอบศาสตร์โบราณ หลงใหลในตัวยาสมุนไพร คัมภีร์แพทย์ไทย อยากเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ และชอบการรักษาแบบดั้งเดิมแท้ๆ
- เลือก “แพทย์แผนไทยประยุกต์” ถ้า… ชอบทั้งวิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนไทย อยากใช้อุปกรณ์การแพทย์เบื้องต้นในการตรวจได้ และชอบอธิบายการรักษาด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์