“กสพท.” คืออะไร ต่างจาก “นอก กสพท.” ยังไง

วันที่โพสต์

สำหรับน้องๆ ที่มีความสนใจในด้านสายวิทยาศาสตร์สุขภาพไม่ว่าจะเป็น แพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ หลายคนอาจจะกำลังสับสนว่า “กสพท.” คืออะไร แล้วต่างจาก“นอก กสพท.” ยังไง

1. “กสพท.” คืออะไร

กสพท. ย่อมาจาก “กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย” เป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่คัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา 4 คณะ

  1. คณะแพทยศาสตร์
  2. คณะทันตแพทยศาสตร์
  3. คณะเภสัชศาสตร์
  4. คณะสัตวแพทยศาสตร์

การคัดเลือกผ่านระบบ กสพท. จะเปิดรับสมัครใน TCAS รอบ 3 (Admission) โดยเน้นความเท่าเทียมกัน วัดความสามารถจากคะแนนสอบเป็นหลัก

ข้อดีของ กสพท.

  • ไม่จำกัดสายการเรียน (เรียนจบสายศิลป์ หรือสายอาชีพก็สมัครได้)
  • ไม่ใช้ GPAX หรือ Portfolio ในการคัดเลือก
  • ผู้จบปริญญาตรีแล้วสมัครสอบได้
  • เด็กซิ่วก็สามารถสมัครสอบได้โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
    • เด็กซิ่ว ชั้นปี 1 ทุกหลักสูตร สมัครได้โดยไม่ต้องลาออก ยกเว้น การซิ่วจาก ม.รัฐ จะซิ่วเข้าคณะเดิม เช่น เรียนแพทย์อยู่แล้ว จะมาสอบหลักสูตรแพทยศาสตร์อีกจะต้องได้รับอนุมัติลาออกภายในวันที่กำหนด (31 มีนาคม 2570)
    • เด็กซิ่ว ที่อยู่ชั้นเกินปี 1 ไปแล้ว ต้องได้รับอนุมัติลาออกภายในวันที่กำหนด (10 กันยายน 2569)
    • เด็กซิ่ว ที่อยู่ปี 4 ที่คาดว่าจะจบในปีการศึกษา 2569 ไม่ต้องลาออก

เกณฑ์คะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก (รวม 100%)

  • TPAT1 (วิชาเฉพาะ กสพท): สัดส่วน 30% – จัดสอบโดย กสพท. เอง ประกอบด้วย 3  ส่วน
    คือเชาวน์ปัญญา จริยธรรมทางการแพทย์ และความคิดเชื่อมโยง
  • A-Level (7 วิชาหลัก): สัดส่วน 70% – จัดสอบโดย ทปอ. ประกอบด้วย ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา

กสพท. กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของวิชา A-Level ไว้ว่า “แต่ละกลุ่มวิชาจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 30% ของคะแนนเต็ม”

2. “นอก กสพท.” คืออะไร

“นอก กสพท.” ไม่ใช่ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่เป็นภาษาพูดที่ใช้เรียกสำหรับ แพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ที่เปิดรับสมัครในรอบ 3 Admission ผ่านระบบ
TCAS แต่ไม่ได้ใช้เกณฑ์การคัดเลือกของ กสพท. ซึ่งความหมายคือ มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดเกณฑ์และสัดส่วนคะแนนขึ้นมาเอง

“นอก กสพท.” และเหมาะกับใคร

นอก กสพท. เปรียบเสมือนทางเลือกสำรองที่สำคัญมากสำหรับน้องๆ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  1. แก้ปัญหาเกณฑ์ขั้นต่ำ A-Level 30%: คณะนอก กสพท. ส่วนใหญ่จะไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ A-Level 30% หรือมีเกณฑ์ขั้นต่ำที่ผ่อนปรนกว่า กสพท. ทำให้คนที่มีวิชาใดวิชาหนึ่งพลาดคะแนนตกเกณฑ์ กสพท. ยังมีโอกาสยื่นสมัครเรียนได้
  2. สำหรับคนที่ไม่ได้สอบ TPAT1: คณะนอก กสพท. บางแห่งอาจใช้เกณฑ์อื่นในการคัดเลือก เช่น ใช้ GPAX, TGAT, TPAT ตัวอื่น หรือสัดส่วน A-Level ที่ต่างออกไป

แต่ละสถาบันจะสามารถเลือกเปิดรับสมัครในรอบ Admission ได้เพียง 1 รูปแบบเท่านั้น (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง “เข้าร่วม กสพท.” หรือ “รับเองแบบนอก กสพท.”)

3. สรุปตารางเปรียบเทียบ “กสพท. vs นอก กสพท.”

เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดเจนที่สุด มาดูตารางเปรียบเทียบกันเลยครับ:

ประเด็นเปรียบเทียบกสพท. (ใน กสพท.)คณะนอก กสพท.
คณะที่เข้าร่วมแพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์เฉพาะบางมหาวิทยาลัยโดยส่วนใหญ่จะเป็น เภสัชศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์
การกำหนดเกณฑ์กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนดเอง
เกณฑ์คะแนนหลักTPAT1 (30%) + A-Level 7 วิชา (70%)กำหนดเอง (อาจใช้ GPAX, TGAT/TPAT อื่นๆ หรือ A-Level ในสัดส่วนที่ต่างออกไป)
เกณฑ์ขั้นต่ำ A-Level (≥ 30%)มีบังคับ (ต้องผ่าน 30% ทุกกลุ่มวิชา)ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย
คุณสมบัติผู้สมัครไม่จำกัดสายการเรียน / ไม่จำกัด GPAX / เด็กซิ่วสมัครได้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนด (บางแห่งอาจกำหนดแผนการเรียน เช่น ต้องจบวิทย์-คณิต)
รอบและช่องทางยื่นสมัครยื่นเลือกอันดับในรอบ 3 Admission บนระบบ myTCASยื่นเลือกอันดับในรอบ 3 Admission บนระบบ myTCAS

แนวทางการวางแผนเตรียมตัว

  1. Plan A วางแผนเตรียมตัวสอบ TPAT1 และ A-Level 7 วิชา ไว้ล่วงหน้า เพื่อลุยผ่านเกณฑ์ กสพท. ให้ได้เต็มที่ เพราะรับจำนวนจํานวนมากและเปิดกว้างที่สุด
  2. Plan B หากวันประกาศคะแนนออกมา แล้วพบว่าคะแนน TPAT1 ไม่เป็นใจ หรือมีวิชา A-Level วิชาใดวิชาหนึ่งพลาดตกเกณฑ์ 30% ให้รีบเช็กประกาศระเบียบการรอบ 3 Admission ของสถาบันต่างๆ เพื่อมองหา “รอบนอก กสพท.” ที่เรายังมีคุณสมบัติครบถ้วนเพื่อยื่นสมัครทันที

เงื่อนไขสำคัญในการสมัคร

ในกรณีที่ผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 1 (Portfolio) หรือรอบที่ 2 (Quota) ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ของสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่ได้ยืนยัน สิทธิ์ผ่านระบบ TCAS70 ของ ทปอ.แล้ว สถาบันจะส่งชื่อ นามสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของ บุคคลนั้นไปยัง ทปอ. เพื่อคัดชื่อออกจากการสมัครรอบที่ 3 ที่สมัครในหลักสูตรของสถาบันการศึกษาของรัฐ ในระบบ TCAS70 รอบที่ 3 ของ ทปอ. ดังนี้

  • หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้ที่สมัครในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต
  • หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้ที่สมัครในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
  • หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้ที่สมัครในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต

ทั้งนี้หมายรวมถึงผู้ผ่านการคัดเลือก ที่สละสิทธิ์หลังจากยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS70 ของ ทปอ.ในรอบที่ 1และ/หรือรอบที่ 2 ในกรณีเลือกที่สาขาเดิม

สรุปคือ หากผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 1 (Portfolio) หรือรอบที่ 2 (Quota) ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ของสถาบันการศึกษาของรัฐ และได้ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS70 ของ ทปอ.แล้ว จะไม่สามารถสมัครในหลักสูตรเดิมได้ถึงแม้จะทำการสละสิทธิ์ก็ตาม 
เช่น รอบ Portfolio ผ่านการคัดเลือกหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และทำการกดยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS70 ของ ทปอ. ในรอบต่อไปจะไม่สามารถสมัครหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตได้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“กสพท.” คืออะไร ต่างจาก “นอก กสพท.” ยังไง

345 views

เตรียมสมัครได้เลย ปฏิทิน TCAS70 “มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ประกาศวันรับสมัครแล้ว! – TCASter

484 views

TCAS70 “มหาวิทยาลัยบูรพา” ประกาศวันรับสมัครทุกรอบแล้ว เช็กเลย – TCASter

430 views

เช็กเลย! ปฏิทินการรับสมัคร TCAS70 “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” – TCASter

350 views

ปฏิทินรับสมัคร TCAS70 “มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์” ทุกรอบ เช็กเลย! – TCASter

37 views

ความต่างกันระหว่าง มนุษยศาสตร์ VS อักษรศาสตร์ VS ศิลปศาสตร์

47 views