ถ้าพูดถึงคณะยอดฮิตอันดับหนึ่งตลอดกาลของเด็กสายวิทย์-คณิต คงหนีไม่พ้น “คณะแพทยศาสตร์” แต่รู้ไหมว่าในยุคนี้ แค่เรียนจบหมออย่างเดียวอาจจะไม่พอตอบโจทย์ความต้องการของโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแล้ว
…
วันนี้พี่ TCASter เลยจะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับหลักสูตรสุดฮอต นั่นก็คือ
“หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา” เรียนยังไง? ได้ใบอะไรบ้าง? และทำไมถึงน่าเรียน? ตามไปดูกันเลย!
แพทย์ 2 ปริญญา คืออะไร?
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา (หรือบางที่เรียกว่าหลักสูตรควบ) คือ การเรียนแพทย์ตามปกติ ควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาอีก 1 ใบในสาขาวิชาอื่น ซึ่งอาจจะเป็นระดับปริญญาตรีอีกใบ หรือก้าวข้ามไปเรียนระดับปริญญาโทเลยก็ได้
โดยปกติแล้ว ถ้าเราเรียนหมอจบ 6 ปี แล้วอยากเรียนต่อ ป.โท ด้านอื่น เราต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 2 ปี (รวมเป็น 8 ปี) แต่หลักสูตรควบนี้จะมีการบริหารจัดการเวลาและโอนหน่วยกิต ทำให้เราสามารถคว้า 2 ปริญญาได้ภายในเวลา 6 – 7 ปีเท่านั้น! (เซฟเวลาไปได้ 1-2 ปีเต็มๆ)
🎓 มีคณะไหนเปิดสอน และควบสาขาอะไรได้บ้าง?
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยเปิดหลักสูตรนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจับคู่หมอกับศาสตร์เด่นๆ ในยุคนี้
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โครงการควบข้ามระดับระหว่างหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) และปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) สหสาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช น้องๆ สามารถเลือกเรียนวิชาฝั่งวิศวกรรมชีวเวชควบคู่ไปกับเรียนแพทย์ได้ตามความสนใจ เมื่อเรียนแพทย์ครบ 120 หน่วยกิตและผ่านเกณฑ์ จะมีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ ป.โท ซึ่งในชั้นปีที่ 4-6 จะเรียนแพทย์ควบคู่กับการทำสัมมนาและวิทยานิพนธ์ ป.โท โดยเลือกงานวิจัยเจาะลึกได้ถึง 6 สาขา คือ สาขา Medical instruments and biosensors, สาขา Biomechanics, สาขา Rehabilitation, สาขา Medical Imaging, สาขา Tissue engineering and Drug delivery system และสาขา Bioinformatics
2. มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หลักสูตรยอดฮิตในดวงใจของใครหลายคน มีระยะเวลาเรียน 7 ปี (ใช้ระบบ 3 + 1 + 3 คือ เรียนแพทย์ปี 1-3 แยกไปเรียน ป.โท เต็มเวลา 1 ปี ในปีที่ 4 กลับมาเรียนชั้นคลินิกแพทย์ปี 5-7 พร้อมทำวิจัยควบคู่ไปด้วย)
- โครงการควบ พ.บ. – วศ.ม. (แพทย์ + วิศวะ): ควบปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมชีวการแพทย์) เหมาะกับคนที่ชอบสาย Tech อยากสร้างเครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์ หรือนวัตกรรมทางการแพทย์
- โครงการควบ พ.บ. – กจ.ม. (แพทย์ + บริหาร): ควบปริญญาโท การจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ) ในโปรแกรม Healthcare and Wellness Management ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ (CMMU) เหมาะกับคนที่อยากเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล หรืออยากทำธุรกิจเฮลท์แคร์
- โครงการควบ พ.บ. – วท.ม. (แพทย์ + วิทยาศาสตร์) : ควบปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Sc.) จากสถาบันระดับโลกอย่าง London School of Hygiene and Tropical Medicine (LSHTM) ประเทศอังกฤษ ในสาขาฮอตๆ เช่น Public Health, Control of Infectious Diseases or Epidemiology หรือ Climate Change & Planetary Health
- คู่ปริญญา: แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) + วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สหราชอาณาจักร
- ระยะเวลาเรียน: 7 ปี (ชั้นพรีคลินิก 3 ปี + 1 ปีเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตที่สหราชอาณาจักร + 3 ปีเรียนชั้นคลินิกและทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ)
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราชพยาบาล หลักสูตรสุดว้าวที่ฉีกกฎการเรียนแพทย์แบบเดิมๆโดยมีการปรับเนื้อหาและสร้างรายวิชาใหม่ ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญา พ.บ. ควบคู่กับปริญญาโทในสาขาที่สนใจ โดยมีให้เลือกเรียนหลากหลายมาก
- หลักสูตรปริญญาโทภายในประเทศ: เลือกเรียนได้ตามความสนใจ เช่น หลักสูตรการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, Bio-Design, วิศวกรรมศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT), สาธารณสุขศาสตร์ และการจัดการ (CMMU)
- หลักสูตรปริญญาโทนานาชาติร่วมกับสถาบันระดับโลก: * Oregon Health & Science University (สหรัฐอเมริกา): ในหลักสูตร Health Informatics (สารสนเทศสุขภาพ)
3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)
ธรรมศาสตร์ฉีกแนวมาทางสายบริหารและสายกฎหมาย ตอบโจทย์น้องๆ ที่อยากเป็นผู้บริหารหรือดูแลนโยบายสุขภาพ
- หลักสูตรร่วมคณะนิติศาสตร์ (สาขากฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ): เน้นผลิตแพทย์ที่มีความรู้ด้านกฎหมายสถานพยาบาลและกฎหมายสุขภาพ เพื่อไปเป็นนักวิชาการหรือทำงานวิจัยเชิงนโยบายระดับประเทศ
- หลักสูตรร่วมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (สาขาการบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ): เน้นเรียนการบริหารจัดการโรงพยาบาล กฎหมายนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา และธุรกิจทางการแพทย์
- ระยะเวลาเรียน: 7 ปี
4. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน)
หลักสูตรแพทย์แนวใหม่ 7 ปีที่สร้างมาเพื่อตอบรับยุคแห่งเทคโนโลยีดิสรัปชัน โดยเน้นการปั้น “แพทย์นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล” ล้ำหน้าที่สุดในไทย
- ปริญญาที่จะได้รับ: แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) + วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม. สาขาวิชาข้อมูลส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมดิจิทัล)
- จุดเด่น: เรียนร่วม 7 ปี น้องๆ จะได้เรียนแพทย์ควบคู่ไปกับทักษะการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในระบบสาธารณสุข การเขียนโปรแกรม และการนำ AI หรือ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ในการตรวจ วินิจฉัย และวางแผนการรักษาคนไข้ในอนาคต
5. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
หลักสูตรยอดฮิตร่วมกับต่างประเทศ (Joint Program) ได้บินไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ!
- ปริญญาที่จะได้รับ: ปริญญาตรี Bachelor of Medical Sciences (B.Med.Sci) จาก University of Nottingham + ปริญญา แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) จาก มศว
- รูปแบบการเรียน: ชั้นปีที่ 1-3 จะบินไปเรียนวิชาพรีคลินิกและทำโครงงานวิจัยที่ประเทศอังกฤษ (ได้ใช้ชีวิตและฝึกกระบวนการคิดแบบฝรั่งเต็มๆ) จากนั้นชั้นปีที่ 4-6 จะกลับมาเรียนชั้นคลินิกและฝึกงานรักษาคนไข้จริงที่โรงพยาบาลในไทย
6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มีหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาที่น่าสนใจมาก โดยใช้เวลาเรียนรวมเพียง 6 ปี เท่านั้น!
- โครงการควบ พ.บ. – วท.ม. (สาขาวิชาการบริหารโรงพยาบาล): เรียนควบคู่กันไปตลอดหลักสูตร เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากติดอาวุธด้านการจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้บริหารองค์กรแพทย์ในอนาคต
🎯 เรียนแพทย์ 2 ปริญญาดียังไง? เหมาะกับใคร?
- มีทักษะเด่นที่หมอทั่วไปไม่มี: ไม่ว่าจะเป็นทักษะข้อมูล/AI, ทักษะนวัตกรรมแบบวิศวกร, ทักษะการวิจัยระดับอินเตอร์ หรือทักษะกลยุทธ์แบบนักบริหารและนักกฎหมาย
- เพิ่มโอกาสทางอาชีพในระดับสากล: จบไปนอกจากเป็นแพทย์ตรวจคนไข้แล้ว ยังทำงานในฐานะที่ปรึกษาองค์กรสุขภาพระดับนานาชาติ, ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ทางการแพทย์, นักวิจัยนวัตกรรม, ผู้บริหารโรงพยาบาล หรือสตาร์ทอัพสาย HealthTech ได้ทันที
- เหมาะกับน้องๆ สาย Multi-Potential: ที่รู้ตัวว่าชอบวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ก็มีความหลงใหลในศาสตร์อื่น ไม่อยากทิ้งความชอบด้านใดด้านหนึ่งไป