fbpx

ล้วงลึกรุ่นพี่! “รัสเซียศึกษา” ศิลปศาสตร์ มธ.

 ล้วงลึกรุ่นพี่! “รัสเซียศึกษา” ศิลปศาสตร์ มธ.

Highlights

“ล้วงลึกบรรยากาศ Insight คณะศิลปศาสตร์ มธ. “

“ทำความรู้จัก “6 ตระกูล” แห่งคณะศิลปศาสตร์ มธ. ” 

“เจาะลึกการเรียน “รัสเซียศึกษา” “

.

สวัสดีค่าน้อง ๆ ทุกคน วันนี้รุ่นพี่ของเราไม่ธรรมดาเลย เรียกได้ว่าพิเศษใส่ไข่ เพราะมีดีกรีถึง “ดิน” ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2561 (การประกวดดาว-เดือน-ดิน) และวันนี้พี่เขาจะมาแชร์ประสบการณ์แบบล้วงลึกทั้งการเรียนและกิจกรรมของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าน้อง ๆ พร้อมล้วงลึกคณะนี้กันแล้ว ก็ตามมาอ่านกันเลยค่า…

.

แนะนำตัวให้น้อง ๆ หน่อยค่ะ

สวัสดีครับ พี่ชื่อ ขนุน ปวริศ ศรีพลกรัง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 โครงการรัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ

ทำไมพี่ขนุนถึงเลือกเรียน “โครงการรัสเซียศึกษา” คะ

ส่วนตัวเป็นคนชอบภาษาครับ ตอนมัธยมเรียนภาษาญี่ปุ่นครับ เพราะคนญี่ปุ่นแถวบ้านเยอะมาก (ศรีราชา) ตอนแรกเราก็จะเรียนต่อภาษาญี่ปุ่น แต่ตกรอบสัมภาษณ์ครับ (หัวเราะ) แล้วก็รู้สึกอยากเรียนภาษาใหม่ (ภาษาที่4) แล้วเราสนใจภาษารัสเซียอยู่แล้ว เพราะเวลาไปกินข้าวหรือไปเที่ยวที่พัทยา จะมีป้ายภาษาและคนรัสเซียเยอะมาก เลยตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ครับ เพราะเป็นไม่กี่มหาลัยที่เปิดสอนภาษารัสเซียในประเทศไทยครับ

..

พี่ขนุนช่วยเล่าภาพรวมคร่าวๆให้หน่อยๆได้ไหมคะว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร

ถ้าในภาพรวม คณะศิลปศาสตร์ เราไม่ได้เรียนแค่ภาษา แต่ครอบคลุมไปถึงวิชาสายสังคม ทั้งประวัติศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา วิชาสายภาษาก็เรียนครอบคลุมทุกทักษะฟังพูดอ่านและเขียน แถมที่ธรรมศาสตร์เราสามารถลงเรียนวิชาโทที่เป็นทั้งเสรีทั้งคณะและนอกคณะ (คณะสายสังคมต่าง ๆ)

ตอนนี้พี่ขนุนก็จะขึ้นปี 3 แล้ว ช่วยเจาะลึกการเรียน 2 ปีที่ผ่านมาหน่อยได้ไหมคะ

ช่วงปี 1 วิชาส่วนใหญ่จะเป็นวิชามหาลัยครับ มีวิชาเอก 1 ตัวถ้วนเป็นวิชาภาษารัสเซียเรียนปูพื้นฐานภาษารัสเซียเลย ในแต่ละเทอมจะมีวิชาวิชาบังคับเรียนของทางมหาลัย (รหัสขึ้นต้นด้วย TU) 

เทอม 2 ก็ยังเรียนวิชามหาลัยครับ มีวิชาเอก 1 ตัวเหมือนในเทอมที่ 1 ก็จะเป็นตัว ภาษารัสเซีย 2 ก็จะเริ่มยากขึ้นไวยากรณ์รัสเซีย แล้วก็เรียนวิชาบังคับของคณะด้วยก็คือ TH 201 การพัฒนาสมรรถภาพการเขียน กับ TH 203 การอ่านเชิงวิจารณ์เบื้องต้น ซึ่งเป็นวิชาที่ยากมาก แต่สนุกได้อ่านงานเขียน และบทกลอนสมัยก่อนเยอะมากครับ

แล้วการเรียนปี 2 ต่างจากปี 1 มั้ยคะ

ขึ้นปีสอง วิชาส่วนใหญ่เรียนเป็นวิชาเอกรัสเซียแล้วครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นวิชาบังคับของคณะเป็นวิชาภาษาอังกฤษ และต่อด้วยวิชาสายสังคม ได้แก่ ภูมิศาสตร์รัสเซีย, ประวัติศาสตร์รัสเซียเบื้องต้น และความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทฤษฎีปรัชญาการเมือง, กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และนโยบายต่างประเทศของรัสเซียครับ

พักเรื่องเรียน แล้วมาเม้าท์แซ่บให้น้อง ๆ ฟังเกี่ยวกับ “คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” หน่อยได้มั๊ยคะ

ได้ครับ (หัวเราะ) คณะศิลปศาสตร์ มธ. เป็นคณะที่มีแต่เสียงหัวเราะและคนตลก เก่งมากเรื่องเต้นสันทนาการ เต้นสันทนาการได้ทุกที่ มักมีตำนานการเต้นเพลงแจวเรือเสมอ คณะเรามีนักศึกษาเป็นพัน แต่กลับสนิทกันไม่ว่าจะอยู่เอกไหน อยู่กันเหมือนเพื่อนมากกว่าเป็นพี่น้อง เพราะรุ่นพี่หรือรุ่นน้องทำตัวเป็นกันเองมาก ๆ 

ส่วนเรื่องรับน้อง คณะเราไม่มีการรับน้องแบบเป็นจริงเป็นจัง มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันบ้างเป็นช่วง ๆ แต่คนในคณะก็สนิทกัน เวลาเลิกจากเรียนแล้ว ก็มานั่งคุยกันหาอะไรทำกันที่ “คอมม่อนคณะ” (ห้องใต้คณะ) 

ดูเป็นคณะที่มันส์มากเลยค่ะ แล้วอย่างงี้ถ้าพูดถึงจุดเด่นของคณะ พี่ขนุนคิดว่าคืออะไรคะ

“การมีตระกูล” เป็น Signature ของคณะศิลปศาสตร์ มธ. เลยก็ว่าได้ ซึ่งตอนเราเข้ามาปีหนึ่งรายชื่อเราก็จะถูกสุ่มในวันแรกพบ ว่าได้อยู่ตระกูลไหน และอยู่โต๊ะที่เท่าไหร่ ซึ่งจะได้รู้จักเพื่อน ๆ ต่างเอกเยอะมาก แถมได้รู้จักพี่ ๆ ปี2 , 3, 4 หรือปีบัณฑิตด้วย

ซึ่งตระกูลก็จะมีกัน 6 ตระกูลครับ 1. จิ๊งหน่อง 2. ปากจอว์ (ปากฉลาม) 3.ลานโพธิ์ 4. สวนศิลป์ 5. ลายสือ และ 6. น้ำพุ ชื่อแต่ละตระกูลจะมาจากสถานที่หรือจุดต่าง ๆ ในคณะศิลปศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์ อย่าง “จิ๊งหน่อง” ก็เป็นรูปปั้นของชายหนุ่มลักษณะอ่อนช้อยเอามือจิ้มแก้มที่อยู่แถวลานคณะ 

.

อย่างงี้ตั้งแต่เข้าคณะนี้มา มันมีกี่กิจกรรมคะเนี่ย

งานแรกเลยที่น้อง ๆ เข้ามาแล้วจะได้ร่วมก็มี “งานแรกพบ” ที่จะจัดพร้อมกันทุกคณะเลย มีการแนะนำคณะ แนะนำกิจกรรมและพบกับองค์กรต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยครับ 

ต่อจากนั้นก็เป็น “งานสืบสานตำนานศิลป์” ของศิลปศาสตร์ที่จัดที่ท่าพระจันทร์ ก็เป็นเหมือนกิจกรรมทำความรู้จักเพื่อนใหม่ มีให้นอนค้าง หรือน้องคนไหนสนใจไปเช้า-เย็นก็ได้ครับ ไฮไลต์ของงานคือ “วันแสงสีเสียง” จะดูงิ้วล้อการเมือง และละครเหตุการณ์ในอดีตด้วย 

พอเปิดเทอมมาก็จะมี “กิจกรรมระบายสีโต๊ะ” ที่จะมีการแข่งกันออกแบบผ้าใบ (ในอดีตใช้โต๊ะจริง ๆ ระบาย) และช่วงนี้ก็จะเป็น crazy week ที่มีโจทย์การแต่งตัวมาให้เราได้แต่งกัน อย่างเช่น ชุดนอน, ชุดกีฬา หรือชุดเรียบหรูต่าง ๆ ซึ่งก็จะใส่กันมาเรียนแต่เช้าเลยจนมาทำกิจกรรมกันตอนเย็น ๆ 

หลังจากนั้นจะมีการแข่งขัน “เชียร์โต้” กิจกรรมไฮไลต์ของคณะ เป็นการร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แข่งกันแต่ละตระกูล ซึ่งมีการแสดงละครแนว musical ด้วย รวม ๆ แล้วก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะมากเลย555 

.

เยอะขนาดนี้ เราสามารถเข้าร่วมได้ทุกกิจกรรมมั้ยคะเนี่ย

ได้หมดเลยนะ อย่างตัวหนุนเองเข้าร่วมเกือบหมดเลย ยกเว้นงานแรกพบ เพราะวันนั้นตื่นสาย กิจกรรมที่คณะสนุกมากเราอาจไม่ได้เข้าร่วมทุกวัน เข้าแค่เฉพาะวันที่เราสะดวก เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่มีการบังคับใด ๆ ไม่มีผลต่อคะแนนกิจกรรม เพราะมหาลัยเราไม่มีคะแนนตรงนี้555 

โอโห้วววว กิจกรรมเยอะขนาดนี้ พี่ขนุนมีวิธีแบ่งเวลาระหว่าง “การเรียน” กับ “การทำกิจกรรม” ยังไงบ้างคะ

หลัก ๆ เลยก็ทุ่มเทให้กับการเรียนเป็นอันดับหนึ่งครับ เพราะเรามาเรียนไม่ได้มาเป็นนักกิจกรรม เราจะเข้าร่วมกิจกรรมก็ต่อเมื่อเราว่างและกิจกรรมนั้นไม่มากระทบต่อเวลาเรียน หนุนถือคติว่า “เข้ากิจกรรมได้ก็ต้องเข้าเรียนได้เสมอ(รวมถึงไปเที่ยวด้วย555)” การเรียนในห้องนั้นดีที่สุด หรือหากวันนั้นต้องเข้ากิจกรรมจริง ๆ เราก็ขอกลับก่อนเวลามาทำการบ้านหรืออ่านหนังสือสอบ ซึ่งการทำกิจกรรมก็เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าทิ้งการเรียนเด็ดขาดเลยนะ

แล้วเรื่องบรรยากาศในคณะ เพื่อน ๆ หรืออาจารย์ สิ่งที่ “คิดในตอนแรก” กับ “หลังจากที่ได้เรียนแล้ว” ต่างกันไหมคะ

ไม่แตกต่างเลย เรารู้สึกว่าบรรยากาศคณะสนุกสนานมาก ทุกคนเป็นกันเอง ในตอนแรกอาจจะยังไม่สนิทกับคนอื่นเท่าไหร่ แต่พอได้รู้จักแล้วทุกคนน่ารัก ใจดี ทั้งเพื่อนในคณะและเพื่อนในเอก อาจารย์ที่คณะน่ารักมากหลาย ๆ ท่านใจดี เวลาปรึกษาเรื่องเรียนอาจารย์ท่านก็ใจดี บางท่านซื้อขนมมาแจกตลอดเลย เวลาเรียนปิดคอร์สก็ปิดร้านอาหารเลี้ยงก็มี 

อยากพี่ขนุนพูดถึงเนื้อหาวิชาเรียน ว่าเหมือนสิ่งที่เราคิดไว้ก่อนเข้ามา หรือต่างไปอย่างไรบ้างคะ

ในด้านเนื้อหาวิชาอาจไม่เหมือนที่เราคิดไว้ในตอนแรกสักเท่าไหร่ ปีพี่เปลี่ยนหลักสูตรพอดีด้วย อย่างวิชาในเอกรัสเซียศึกษา ก็ไม่ได้เรียนแค่ตัวภาษาอย่างเดียว เรามีเรียนวิชาสายสังคมด้วย อย่างเช่น กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ภูมิศาสตร์รัสเซีย นโยบายต่างประเทศ หรือประวัติศาสตร์รัสเซีย ซึ่งในตอนแรกเราคิดว่าคงเรียนภาษาหนักมากแน่ ๆ แต่ตัวสังคมหนักกว่าเฉยเลย555 ส่วนวิชามหาวิทยาลัยหรือ TU ต่าง ๆ ก็สนุกกว่าที่เราคิดในบางวิชา


.

ตอนนี้พี่ขนุนกำลังขึ้นปี 3 แล้ว ได้วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้างคะ

ภาพรวมในตอนนี้ก็มองว่า อยากเรียนต่อโทครับ อาจทำงานสัก 1-2 ปีก่อนแล้วค่อยต่อโท ส่วนตัวอยากทำงานให้ตรงกับที่เราเรียนมา อาจสมัครงานในบริษัทรัสเซีย หรือไม่ก็สมัครสจ๊วตครับ (ติดปีกบิน) งานด้านการแปลก็น่าสนใจ ตอนนี้ยังหาเส้นทางหลักไม่ได้ แต่ภาพรวมตอนนี้มีงานในใจแล้วครับ

งั้นสำหรับน้องที่สนใจเรียน “โครงการรัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ” สามารถจบออกไปทำงานอะไรได้บ้างคะ

ทำได้เยอะมากเลย คนมักจะคิดว่าเรียนศิลปศาสตร์ จบไปต้องทำงานล่ามไม่ก็ไกด์ทัวร์แน่เลย ซึ่งรุ่นพี่เราจบไปทำงานต่าง ๆ เยอะแยะมาก ในคณะเรามีทั้งเอกจิตวิทยา, ภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และเอกปรัชญา อย่างรุ่นพี่ในเอกของหนุนเอง ก็ทำงานที่สถานฑูต ทำงานในบริษัทส่งออก ทำงานเป็นสจ๊วตหรือแอร์ ซึ่งการรู้ภาษาต่าง ๆ นอกจากภาษาอังกฤษก็เหมือนเป็นใบเปิดทางในการหางานของเราด้วย ซึ่งจบคณะศิลปศาสตร์ทำงานอะไรได้บ้าง ก็ขอบอกเลยว่า “you can do whatever you want.”

สุดท้ายนี้ อยากให้พี่ขนุนฝากอะไรถึงน้อง ๆ ที่สนใจ “คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” หน่อยค่า

สำหรับน้อง ๆ คนไหนสนใจอยากเรียนคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นครับ ก็อยากให้น้อง ๆ ทุกคนขยันอ่านหนังสือ สนใจเรียนต่อในเอกไหนก็ศึกษาการสอบเข้า เปิดรับรอบไหนบ้าง ใช้คะแนนอะไร มีเกณฑ์คะแนนยังไง และคุณสมบัติผู้สมัครครบถ้วนไหม ก็หวังว่าจะเจอน้อง ๆ ในห้องคอมม่อนคณะหรือเดินสวนกันในโรงอาหาร ไม่ก็เดินหลงในอาคารเอสซีด้วยกัน ก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคนสู้ ๆ นะครับ

พี่ไอซ์จิ ชนเผ่าวาทวิทยา แห่งนิเทศฯ จุฬาฯ

พี่ไอซ์จิ เด็กฝึกงาน ชนเผ่าวาทวิทยา แห่งนิเทศฯ จุฬาฯ

Related post