fbpx

รีวิวเอกภาษาญี่ปุ่น มศว ที่ไม่ได้เรียนแค่เรื่องภาษา!

 รีวิวเอกภาษาญี่ปุ่น มศว ที่ไม่ได้เรียนแค่เรื่องภาษา!

“เอกภาษาญี่ปุ่น สาขาภาษาตะวันออก มศว ไม่ได้เรียนแค่ภาษา แต่เอกนี้ยังเรียนในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงต้องเข้าใจในเรื่องของเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศญี่ปุ่นด้วย”

“จุดเด่นของเอกภาษาญี่ปุ่น มศว คือทางมหาวิทยาลัยจะทำ MOU กับมหาวิทยาลัยทางญี่ปุ่นไว้เยอะมาก ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับทุนสูงขึ้น”

“ตอนมัธยมเราเรียนเพื่อพอสื่อสารเรื่องง่าย ๆ ทั่วไปได้ แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย การสื่อสารจะเริ่มลงลึกในเรื่องของศัพท์เฉพาะทางมากขึ้น”

“จะมีวิชาที่เรียนกับอาจารย์ที่เป็นคนญี่ปุ่น หากไม่เข้าใจต้องรีบถาม ไม่งั้นเราจะไม่เข้าใจในเรื่องนั้นตลอดไป” 

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์รีวิวคณะ วันนี้เราจะมาพาทำความรู้จักกับเอกญี่ปุ่น นั่นคือ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาตะวันออก เอกวิชาภาษาญี่ปุ่น มศว ซึ่งวันนี้เราได้พาตัวพี่สาวคนสวย ดีกรีหนึ่งในผู้สอบชิงทุนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น มาแชร์ประสบการณ์การเรียน และ ไขข้อค่องใจให้กับน้อง ๆ ที่กำลังอยากเรียนเอกภาษาญี่ปุ่น

.

เริ่มจากแนะนำตัวให้น้อง ๆ รู้จักสักหน่อย

สวัสดีค่าพี่ชื่อ พี่อาย จากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาตะวันออก เอกวิชาภาษาญี่ปุ่น มศวค่ะ

ทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้ เรารู้ตัวตอนไหน

คือตอนมัธยม ถึงอายมาจากศิลป์ญี่ปุ่นก็จริง แต่ว่าเพิ่งมารู้ตัวตอนม.5 ว่าตอนเอกชอบภาษาญี่ปุ่นมากๆ  เพราะช่วงนั้นชอบทีมกีฬาของญี่ปุ่นทีมนึง เลยตั้งใจว่าจะเข้าเอกญี่ปุ่นให้ได้! ก็เริ่มอ่านหนังสือหนักขึ้น ทำข้อสอบวนไปค่ะ เพื่อให้เกิดความเคยชิน จนในที่สุดเราก็สามารถสอบเข้าได้ตามที่ตั้งใจค่ะ

เอกภาษาญี่ปุ่น เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

เอกภาษาญี่ปุ่น หลายคนคงเข้าใจว่าต้องเรียนเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ซึ่งก็ถูกต้องค่ะ ว่าเราต้องเรียนเกี่ยวกับภาษา แต่นอกจากนี้ จริง ๆ มันยังเรียนกว้างไปกว่านั้นอีก คือ เรียนรวมไปถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ คันจิ เรียนลงลึกเกี่ยวกับภาษาที่หลากหลายของญี่ปุ่นเลย แต่นอกจากนี้ สาขาวิชาของเราก็มีเรียนวิชาที่สนุก ๆ ไม่เน้นเครียดด้วยนะคะ เช่นการเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น และได้ลงเว็บของญี่ปุ่นจริง ๆ ค่ะ หรือเรียนภาษาญี่ปุ่นจากสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การไปร้านอาหาร การไปโรงพยาบาล ซึ่งในคลาสของเราก็จะได้ Role play กับเพื่อน ๆ ในคลาสด้วย สนุกมากค่ะ

อย่างการเรียนภาษาในระดับมหาวิทยาลัย มันมีความต่าง หรือยากขึ้นยังไงจากระดับมัธยมบ้าง 

ค่อนข้างแตกต่างเลยค่ะ อย่างในช่วงมัธยมเราจะเรียนภาษาญี่ปุ่นระดับพื้นฐาน เริ่มจากตัวอักษร ไวยากรณ์ที่อยู่ในระดับกลาง ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐานครอบคลุมในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงวัฒนธรรมหลัก ๆ ของญี่ปุ่น แต่ในระดับมหาวิทยาลัยจะเริ่มลงลึกมากขึ้น ทั้งเรื่องเนื้อหา คำศัพท์ และไวยากรณ์ จะไม่ใช่แค่เรื่องการสนทนาในชีวิตประจำวัน แต่จะเริ่มเพิ่มเรื่องสังคม เศรษฐกิจ ธุรกิจ รวมไปถึงการเรียนคันจิที่มีเส้นอักษรเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นศัพท์ระดับ 3N เรื่องของประเพณี ขนบธรรมเนียม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ทำให้การท่องจำเพิ่มมากขึ้น โดยทางมหาวิทยาลัยจะเน้นการสื่อสารกับคนญี่ปุ่นแบบโต้ตอบที่เป็นทางการมากขึ้น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสังคม แต่ในระดับมัธยมจะเน้นการสื่อสารแบบชีวิตประจำวัน 

.

มีวิชาที่ต้องเรียนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นด้วยรึเปล่า ช่วยเล่าประสบการณ์ให้ฟังหน่อย

มีหลายวิชาเลยค่ะ เช่น คลาสไวยากรณ์ตอนปี 3 ซึ่งปกติแล้ว น้อง ๆ อาจต้องเรียนไวยากรณ์กับครูไทยก่อน เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายกว่า แต่พอปีสูงขึ้น จะเรียนเริ่มไวยากรณ์ในระดับชั้นกลาง – สูง กับอาจารย์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งค่อนข้างยากนะคะ ทุกครั้งก่อนเข้าคลาสต้องอ่านบทเรียนล่วงหน้าก่อน ต้องท่องศัพท์เพิ่มเติม เวลาเรียนเลคเชอร์จะได้เข้าใจได้ง่าย ในช่วงเรียนอาจารย์ก็จะพูดภาษาญี่ปุ่นทั้งคลาส ซึ่งเราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ แต่อาจารย์ก็จะอธิบายให้เราเข้าใจแบบง่ายขึ้น ช่วยยกตัวอย่าง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามได้เลย เพราะในคลาสจะมีผู้เรียนไม่ค่อยเยอะ ก็ไม่ต้องกลัวการถามเลยค่ะ

ถ้าพูดถึงวิชาปราบเซียน คิดว่าคือวิชาอะไร

ถ้าปราบเซียนนี่ต้องวิชาการอ่านภาษาญี่ปุ่นเลยค่ะ ปราบเซียนสุด ๆ เพราะ เป็นวิชาที่ถ้าเราไม่รู้ศัพท์ เราก็จะเรียนวิชานี้ยากมาก การสอบวัดระดับของภาษาญี่ปุ่นจะแบ่งระดับความยากจาก N5 – N1 โดย N1 จะยากที่สุด ซึ่งคำศัพท์ที่จะได้เรียนในวิชานี้อยู่ที่ระดับ N2 ขึ้นไป เช่น ถ้าเป็นเนื้อหาข่าว ศัพท์ที่เราเจอก็จะเกี่ยวกับข่าว ซึ่งบางคำเป็นคันจิที่ยากมาก ทำให้วิชานี้ืถือว่าเป็นวิชาปราบเซียนเลยทีเดียว…แต่ว่า! วิชานี้ก็จะมีเทคนิคต่าง ๆ มากมายเพื่อช่วยให้การอ่านเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เช่น การเดาบริบท เดาศัพท์ จับใจความ เป็นต้น แต่ในส่วนของข้อสอบนั่น ก็ยากเช่นกัน เป็นข้อสอบระดับ N2 ขึ้นไป และเป็น UNSEEN ซึ่งผู้สอบไม่มีทางรู้ได้ว่าจะออกอะไร ซึ่งทำให้เราต้องฝึกฝนเทคนิคต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ 

จุดเด่นของเอกญี่ปุ่น มศว มีอะไรบ้าง

ถ้าของสาขาอายน่าจะเป็นเรื่องทุนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ทำ MOU ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นเยอะมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเข้ามาเอกญี่ปุ่นแล้ว อาจมีโอกาสที่จะได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นสูงเลยค่ะ

เรียนจบแล้วสามารถทำอะไรได้บ้าง

อย่างที่รู้กันว่าภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างเอกภาษาญี่ปุ่นจบไปแล้วก็สามารถทำได้หลายอย่างเลย เช่น ล่าม ไกด์ นักแปลต่าง ๆ ครู/อาจารย์ หรือสามารถทำงานด้านอื่น ๆ ได้ เช่น สจ๊วต แอร์โอสเตส พนักงานต้อนรับในโรงแรม หรือสายงานที่ใช้ภาษาก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ 

แล้วนอกจากเรื่องเรียน ทางมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมเยอะมั้ย

กิจกรรมเยอะนะคะ เข้ามาเป็นเฟรชชี่ก็เจอรับน้องก่อนเลย ซึ่งปี 1 ทุกคนของ มศว จะได้ไปค่ายอัตลักษณ์ซึ่งเป็นการรับน้องทั้งมหาวิทยาลัยค่ะ เป็นการรับน้องที่ปลอดภัยค่ะ รุ่นพี่เทคแคร์ดี เป็นกิจกรรมที่ทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ และการรับน้องของคณะจะเป็นการรับน้องยาวตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยจนเกือบถึงมิดเทอม 1 เลย แต่เป็นการรับน้องที่ปลอดภัยนะคะ หลังจากนั้นก็เจอกิจกรรมที่เป็นการแข่งกีฬายอดมนุษย์ ที่มีทั้งเชียร์ลีดเดอร์ แสตน เหมือนตอนมัธยมเลย

.

ถ้ากิจกรรมเยอะขนาดนี้ เรามีวิธีแบ่งเวลายังไงบ้าง

ส่วนใหญ่กิจกรรมจะมาช่วงก่อนสอบค่ะ สิ่งที่ทำก็คือรีบเคลียงานให้หมดก่อน ซึ่งถือว่าเป็นงานหลัก แล้วคอยมองกิจกรรมเป็นงานรองลงมา

ความรู้สึกตอนแรกที่ยังไม่เข้ามาเรี่ยนมหาวิทยาลัยกับหลังจากที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันไหม

ตอนแรกที่คิด คือเอกภาษาญี่ปุ่นต้องเรียนหนักแน่นอน ถ้าเทียบกันก็คงไม่แตกต่างมาก เพราะก็ถือว่าเรียนหนักนะคะ เราต้องรู้เนื้อหาที่ลงลึกมากขึ้น ต้องจำเยอะขึ้น รวมถึงงานก็เยอะตามมาเหมือนกัน แต่ว่าบรรยากาศในคลาสเรียนสนุกดีค่ะ ยิ่งเวลาเจอเพื่อน ๆ ก็ยิ่งสนุกไปใหญ่ โดยเฉพาะคลาส ROLE PLAY เพราะเป็นคลาสที่เฮฮามาก ทุกคนช่วยกันสุด ๆ ส่วนอาจารย์ก็มีหลายสไตล์ค่ะ แต่โดยรวมก็บรรยากาศดี และอาจารย์มีความสามารถทุกคนเลย

.

เรามองอนาคตไว้ยังไงบ้าง

ส่วนตัวมองด้านอาชีพต่อเลยค่ะ ซึ่งถ้าเรามีใบสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นตามเกณฑ์ที่กำหนด เราก็มีโอกาสได้เข้าทำงานทันที

สุดท้ายมีอะไรฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังสนใจอยากเรียนคณะเดียวกับเราไหม?

ถึงน้อง ๆ ที่อยากเรียนนะคะ น้องคนไหนที่ชอบภาษาญี่ปุ่นแล้วอยากเข้าเอกนี้ ก็ขอให้เริ่มหาแรงบันดาลใจในการเรียนญี่ปุ่นก่อน เพราะจะช่วยให้เรามี passion มากขึ้น อย่าลืมอ่านหนังสือทบทวน ท่องศัพท์เยอะๆ และที่สำคัญที่สุด คือ ขยันทำข้อสอบญี่ปุ่นค่ะ เพราะช่วยให้น้อง ๆ ได้ชินกับการอ่านและการทำข้อสอบจริง ๆ

kat pari

pari

ที่พยายามเป็น Content Creator ที่ดี แต่มาตอนนี้มีคลิปใน Youtube TCASter เฉย

Related post