fbpx

รีวิวแพทย์ มข. ละเอียดยิบ ฉบับเด็กกิจกรรม

 รีวิวแพทย์ มข. ละเอียดยิบ ฉบับเด็กกิจกรรม

“แพทย์ มข. มีความเป็นพี่น้องสูงมาก ผ่านกิจกรรม สายรหัส ชุมนุมต่างๆ “

“เรียนแพทย์ที่นี่ กิจกรรมแน่น รับรองว่าไม่ได้เอาแต่เรียนอย่างเดียวแน่นอน”

““แพทย์สาดสี”  นิทรรศการแสดงงานศิลปะ เฉพาะแพทย์ มข. เท่านั้น!”

ถ้าพูดถึงคณะแพทย์ชื่อดังในแต่ละภูมิภาคแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคณะแพทย์ที่ขึ้นชื่อที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเรานั้น จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย นอกเสียจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนั่นเอง นอกจากจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแล้ว ยังเป็นคณะแพทยศาสตร์ที่ก่อตั้งเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศอีกด้วย โดยก่อตั้งมาแล้วกว่า 48 ปี

วันนี้ทีมงาน TCASter ก็จะพาน้องๆ มาคุยกับรุ่นพี่คณะแพทยศาสตร์ มข. ตัวจริงเสียงจริง ซึ่งบอกเลยว่ารุ่นพี่ที่จะมาคุยกับเราในวันนี้ เป็นเด็กกิจกรรมตัวยงเลยทีเดียว ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้ว ก็ไปอ่านบทสัมภาษณ์กันเลย!

ช่วยแนะนำตัวให้น้อง ๆ รู้จักหน่อยค่า

สวัสดีครับน้อง ๆ พี่ชื่อ ภัคพล นงมงคลวัฒนา ( พล ) เป็นรุ่นพี่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชั้นปีที่ 4 ครับ 

เรียนคณะแพทย์นี่จะต้องเรียนอะไรบ้างเหรอคะ

สำหรับคณะแพทย์ มข. จะมีการเรียนทั้งหมด 6 ปีครับ แบ่งเป็น Pre-Clinic 3 ปี โดยเรียนเป็น module แบ่งเป็น วิชาทั่วไปในเทอมแรก, general principle 1-5 และ systemของร่างกายต่าง ๆ จนครบทั้งหมด และการเรียนแลป เช่น การเรียนกายวิภาคจากอาจารย์ใหญ่, เรียนการทำลองที่สอดคล้องกับเนื้อหาต่าง ๆ เช่น physiology, morphology เป็นต้นครับ

ส่วนชั้น Clinic ก็จะเรียนใน 3 ปีสุดท้าย โดยจะแบ่งเป็น block ต่าง ๆ ใกล้เคียงกับวอร์ดต่าง ๆ ใน รพ. เช่น block อายุรศาสตร์, block ศัลยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งใน 6 ปีนี้ สามปีแรกเราจะกันเรียนที่ รพ.ศรีนครินทร์ เป็นการเรียนเลคเชอร์และแลปครับ ส่วนสามปีหลังก็จะขึ้นกับโครงการที่น้อง ๆ สมัครเข้ามาว่าจะได้เรียนที่โรงพยาบาลไหนโดยจะอยู่ในบริเวณภาคอีสานครับ โดยจะเป็นการเรียนจากคนไข้และพี่ ๆ อาจารย์ในวอร์ด ส่วนเลคเชอร์ก็จะลดลงครับ 

คิดว่าอะไรคือจุดเด่นขอคณะแพทยศาสตร์ มข. คะ

จุดเด่นของ มข. สำหรับพี่ที่เป็นเด็กกทม. คือมันดีมากน้อง55555 เพราะว่าเมืองขอนแก่นจะไม่ได้ใหญ่มาก ( แต่ของกินเยอะมากกกก ) ทำให้รถไม่ติดมาก เทียบกับช่วงม.ปลายที่พี่เรียนอยู่เตรียมอุดมศึกษา กว่าจะเดินทางกลับถึงบ้านทีก็คือหมดแรงหมดเวลาแล้ว คืออยู่ที่นี่จะมีเวลาพักผ่อน, มี quality time เพิ่มเป็นชั่วโมง ๆ ต่อวันเลย ซึ่งไม่ว่าเราจะอยู่หอพักนศ.แพทย์หรืออยู่หอนอกก็จะอยู่ใกล้ ๆ กันหมดเลย แต่อาจจะมีข้อเกตที่ถ้าน้องชอบเดินห้างใหญ่ ๆ เนื่องจากห้างเซนทรัลขอนแก่นจะไม่ได้ใหญ่มาก อาจจะขัดใจสายช็อปบางคนได้😂

ส่วนของคณะแพทย์ มข. จุดที่พี่ภูมิใจคือ ความเป็นพี่น้องกันของทั้ง 6 ชั้นปี ผ่านการมีสายรหัส, มีชุมนุมต่าง ๆ , มีกิจกรรมในคณะหลายอย่างที่มักเป็นการร่วมกันจัดของหลายชั้นปี ทำให้ได้สนิทกับรุ่นพี่รุ่นน้องผ่านการได้ทำงาน-วางแผนร่วมกัน และค่อย ๆ พัฒนาทักษะการพูดคุยกับผู้อื่นซึ่งก็จะช่วยให้ในการเรียนชั้นคลีนิกที่เราจะเรียนกับพี่ ๆ ทำได้ลื่นไหลมากขึ้นด้วย

คณะนี้จบไปสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง 

ตามชื่อคณะเลยครับน้อง ๆ คือจบไปก็เป็นหมอครับ 555 แต่หลังจากที่เราใช้ทุนหลังเรียนจบหมดแล้ว น้อง ๆ ก็สามารถไปประกอบอาชีพอื่นนอกเหนือจากเป็นหมอได้ตามที่ชอบเช่นกันครับ

ทำไมพี่พลอยากเข้าคณะแพทย์คะ รู้ตัวตอนไหน         

ในตอนม.ปลายพี่ก็ไม่ได้มีแรงจูงใจกับอาชีพไหนเป็นพิเศษนะ ซึ่งสภาพสังคมและเพื่อนในโรงเรียนหลายคนก็นิยมจะสอบเข้าคณะแพทย์กัน ประกอบกับพี่ค่อนข้างชอบวิชาชีววิทยา (ชอบการอ่านเนื้อหา-ทำความเข้าใจเป็นเรื่องราว) มากกว่าพวกเคมี หรือ คณิต-ฟิสิกส์ ที่ต้องใช้การคำนวณมากกว่า (คณะแพทย์มข.จะเรียนเลขแค่แคลคูลัสตัวเดียว ถูกใจพี่ที่ไม่เก่งเลขมาก ๆ 555) ซึ่งก็เป็นช่วงม.ต้นที่พี่ได้เรียนชีววิทยากับ อ.พิชญ์ biobeam แล้วพี่ก็ดันชอบเรียนมาก ๆ เลยเป็นหนี่งในแรงบันดาลใจก็ว่าได้

มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมเยอะไหม นอกจากเรื่องเรียนแล้วมีกิจกรรมอะไรให้เข้าร่วมบ้าง

คณะแพทย์ มข. เป็นคณะที่น้อง ๆ สามารถหาอะไรทำได้มากมายนอกจากเรียนตลอดหลักสูตร โดยเฉพาะในปี 1-3 ยกตัวอย่างเช่น ตอนปี 1 พี่อาจจะเรียงกิจกรรมใหญ่ ๆ คร่าว ๆ เป็น กิจกรรมรับน้องใหม่ต่าง ๆ , กีฬาfreshy,ประเพณีลอยกระทง ( ทำป้ายขบวนเดินพาเหรดแบบอลังการงานสร้าง, จัดซุ้มของคณะตัวเอง ) , แพทย์สาดสี ซึ่งจะเป็นการจัดนิทรรศการศิลปะ มีการแสดงดนตรี แสดงโชว์ต่างๆฉายหนังสั้นที่นักศึกษาทำกันเอง รวมทั้งการทำละครเวทีด้วย! นอกจากนั้นในชุมนุมต่าง ๆ ก็จะมีกิจกรรมตลอด เช่น ชุมนุมกีฬาก็มีซ้อมกีฬาเพื่อแข่งรายการต่าง ๆ ทั้งใน ม. และระหว่างคณะแพทย์ม.อื่น ๆ ,ชุมนุมดนตรีก็มีจัดคอนเสิร์ตเอง ชื่อว่า MD-DT-RX โดยเราร่วมกับคณะทันตะ ,คณะเภสัช หรืออย่างชุมนุมของพี่ “ชุมนุมจริยธรรมและพระพุทธศาสนา” ซึ่งพี่ก็ชอบเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เรื่องของจิตใจงี้ ก็เลยสมัครเข้าชุมนุมนี้ (ตอนปี 1 ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะลงประมาณ 3-4 ชุมนุมเลย เรียกว่าได้ลองสิ่งที่ไม่มีเวลาทำก่อนหน้านี้เลยทีเดียว ) ซึ่งกิจกรรมในชุมนุมก็จะมีกิจกรรมสวดมนต์ประจำสัปดาห์, จัดค่ายธรรมสัญจรไปวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน และในปีที่ล่าสุดยังได้จัดงานผ้าป่าในนามของคณะ นำเงินไปสร้าง รพ.เลยได้เงินกว่า 1.3 ล้านบาทอีกด้วยนะ!! เรียกไว้ว่า คณะแพทย์ มข.เล่นใหญ่เสมอในทุกกิจกรรม  ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น พี่ ๆ เลยขอคอนเฟิร์มว่าถ้าน้องเข้ามาคณะนี้น้องจะไม่มีพบปัญหาว่า เครียด วัน ๆ เรียนอย่างเดียว แน่นอนครับ

และถ้าถามถึงกิจกรรมในคณะแพทย์ที่พี่รู้สึกว่ามันพิเศษที่สุด ก็หนีไม่พัน ค่ายต่าง ๆ ในช่วง pre-clinic นั่นเอง. คณะแพทย์มข.ถ้ายังมองภาพไม่ออกว่ามีกิจกรรมให้ไปร่วมเยอะขนาดไหน ก็อาจบอกได้ด้วยค่ายช่วงปิดเทอมที่มีถึง 4 ค่าย!! เรียกได้ว่าน้องอยากทำอะไรก็มีครบหมดอย่างแน่นอน โดยประกอบด้วย “ค่ายสู่สังคม” เป็นค่ายที่เราได้ไปอยู่ในสังคมชนบทอย่างแท้จริง ได้ไปเล่นกับเด็ก ๆ ไปอยู่กับพ่อฮักแม่ฮัก(คำเรียกพ่อแม่ในบ้านที่เราไปอยู่ด้วย) และก็จัดกิจกรรมพัฒนาชุมชนนั้น ๆ , ต่อมาค่าย “พระธาตุฯ” เป็นค่ายจัดสอนน้อง ๆ เพื่อเตรียมพื้นฐานและจุดไฟให้กับน้อง ๆ ม.4 เพื่อให้มีไฟในการสอนเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งยังเป็นค่ายที่เราจัดร่วมกับเพื่อน ๆ คณะทันตะอีกด้วยนะ , อีกค่ายหนึ่งคือ ค่าย”เติมฝัน”เป็นค่ายที่เน้นการช่วยค้นหาตัวเองและจุดไฟให้กับน้อง ๆ มัธยม” และค่ายสุดท้าย “ค่ายหมอชายขอบ” เป็นค่ายที่เราร่วมมือกับ อาจารย์และพี่ ๆ ชั้นคลินิกแบบจริงจังเพื่อลงพื้นที่ไปตรวจสุขภาพคนในพื้นที่ใกล้ชายแดนนั่นเอง. 

พี่พลแบ่งเวลาเรียนกับการทำกิจกรรมอย่างไรบ้างคะ

สำหรับพี่ซึ่งในตอนปี 2,3 มักจะได้ทำหน้าที่เป็นเฮดของหลาย ๆ งาน หลาย ๆครั้งก็อาจทำให้เราทุ่มเทกับกิจกรรมมากเกินไปได้ ดังนั้นจุดสำคัญของพี่คือ ต้องแบ่งสัดส่วนให้ดี เช่น เลือกทำกิจกรรมให้เต็มที่ในช่วงต้น ๆ บล็อคเพื่อให้เสร็จเรียบร้อยในส่วนใหญ่ เพื่อให้เรามีเวลาในช่วงใกล้สอบสำหรับการตั้งใจทบทวนเนื้อหาครับ ซึ่งหากน้อง ๆ ไม่อยากจะร่วมกิจกรรมนั้น ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกันฮะ เพราะ คณะแพทย์ก็เรียนหนักอยู่ดีนั่นหละ555

สิ่งที่คิดในตอนแรก กับหลังจากที่เข้ามาเรียนที่นี่แล้ว แตกต่างกันบ้างมั้ยคะ

ความรู้สึกตอนแรกที่พี่คิดเอาไว้ คือ คณแพทย์จะต้องเรียนหนักมาก ๆ แน่นอน ซึ่งเรื่องนั้นก็ค่อนข้างจริง55555555 แต่ว่ามันไม่ยากเกินความพยายามแน่นอน เนื่องจากส่วนตัวพี่มองว่าความยากของเนื้อหาคณะแพทย์นั้นจะไม่ได้อยู่ที่ความเข้าใจยากของเนื้อหา แต่จะหนักที่จำนวนเนื้อหาที่ต้องท่องจำหรือสอบในแต่ละครั้งมากกว่า ซึ่งน้อง ๆ เมื่อได้เข้ามาในคณะแล้วก็จะได้ค่อย ๆ ปรับตัวให้ชินกับการอ่านหนังสือ ซึ่งหากน้อง ๆ มีปัญหาในการเรียนหรือเรื่องต่าง ๆ ก็มี อาจารย์และพี่ๆฝ่ายพัฒนานักศึกษาซึ่งเราไปพูดคุยได้เสมอ ยกตัวอย่างของพี่ก็สนิทกับพี่ ๆ ข้างบนหมดแล้ว เพราะว่าพี่ ๆ เค้ายังมีหน้าที่ช่วยซัพพอร์ตน้อง ๆ ในเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย ทำให้เราสามารถเข้าไปพูดคุยได้ทุกเรื่องแน่นอนครับ👍👍 ส่วนบรรยากาศในการเรียนพี่คิดว่า เป็นการเรียนแบบช่วยเหลือกันของเพื่อน ๆ ในชั้นปีนะ มีการทำสรุปจากเพื่อน ๆ ในทุก ๆ เดือน บางครั้งก็มีจัดติวกันในชั้นปีด้วย ทำให้ถ้าเราตั้งใจเรียนก็จะสอบผ่านได้อย่างแน่นอนเลย 

เรามองอนาคตไว้ยังไงบ้าง อยากเรียนต่อไหมคะ

ในอนาคตพี่คิดว่าคงเรียนต่อครับ แต่จะเป็นสาขาไหนคงต้องดูกันอีกทีหลังจากวนเรียนบนวอร์ดผู้ป่วยให้ครบทุกวอร์ดก่อนฮะ

ฝากอะไรถึงน้องๆที่อยากมาเรียนคณะแพทย์หน่อยค่า

อยากฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจเข้ามาเรียนที่คณะแพทย์ว่า ที่นี่ มข. พร้อมต้อนรับน้อง ๆ เสมอครับ ขอให้โชคดีในการสอบนะ💯

chomchanok mook

ชมมุก เด็กฝึกงานกิ๊กก๊อก ที่กำลังพยายาม productive

Related post