fbpx

เปิดอก วิศวะการบิน ม.เกษตร!

 เปิดอก วิศวะการบิน ม.เกษตร!

“จากวิชาเรียนที่ชอบ สู่คณะที่ใช่ “

“วิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ มีทั้งหมด 13 สาขา”

“คณิต,ฟิสิกส์ วิชาสุดโหดที่เด็กวิศวะทุกคนต้องเจอ!”

เอาล่าค่า วันนี้ทาง TCASter ก็ได้ไปพูดคุยกับพี่ ๆ เพื่อนำมารีวิวคณะให้น้อง ๆ ฟังอีกแล้วนะคะ วันนี้พี่ ๆ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “พี่น้ำ” รุ่นพี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นอกจะเรียนดีแล้ว ยังมีดีกรีเป็นนักกีฬาของมหาลัยอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปพูดคุยกับพี่น้ำกันเลยค่า

แนะนำตัวให้น้อง ๆ ฟังหน่อยค่า เป็นรุ่นพี่จากคณะไหน มหาวิทยาลัยอะไรคะ

สวัสดีค่า ชื่อน้ำ ธนัชพร ดำรงธรรมวุฒิ นะคะ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่า

ทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้ รู้ตัวเองตอนไหน

ก็อย่างแรกเลยเราเรียนสายวิทย์-คณิต เป็นคนชอบวิชาคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ รู้สึกว่า เวลาเรียนมันไม่ต้องพยายามเรียนคือมันเรียนแล้วเรารู้สึกเพลิน รู้สึกสนุกกับมัน ส่วนพวกชีวะ ก็คือไม่เอาเลย แบบ มันไม่ได้จริง ๆ รู้ตัวเองตอนม.5 พอรู้ตัวเองก็เลยตั้งใจที่จะเข้าด้านนี้มาตลอด ส่วนที่เลือกสาขานี้เนื่องจาก เดิมคือเป็นคนที่สนใจและหลงใหลเกี่ยวกับพวกก้อนเมฆ ท้องฟ้า เครื่องบิน และอวกาศคือชอบมาก ชอบตั้งแต่ตอนเรียนวิทย์กายตอนม.1 เลย และก็ชอบดูพวกข่าวและก็หนังสือเกี่ยวกับพวกนี้รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราจับต้องยาก น่าค้นหา และก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ยังต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มอีกมาก ๆ ตราบใดที่จักรวาลไม่มีวันหยุดขยายความรู้ของเราก็เช่นกัน ก็เลยไปค้นข้อมูลเพิ่ม เพราะคิดว่าถ้าได้อยู่กับสิ่งที่ชอบก็คงจะแฮปปี้แน่ ๆ แล้วก็ไปเจอ นี่แหละ ‘วิศวกรรมการบินและอวกาศ’  แบบเห้ย!! มันน่าสนใจมากเลย ได้ทั้งเรียนวิศวะที่อยากจะเรียนและก็ได้เรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองสนใจอยู่แล้วด้วย ก็เลยคิดว่า มันก็คงจะเป็นตัวเองที่สุดแล้วแหละ

แนะนำคณะของตัวเองคร่าว ๆ ให้น้องๆฟังหน่อยค่า

ก็สำหรับคณะวิศวะนะคะ ก็จะมีทั้งหมด 13 สาขาค่ะ เช่นสาขาของน้ำ คือสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ,วิศวกรรมไฟฟ้า,วิศวกรรมเคมี,วิศวกรรมอุตสาหการ อะไรแบบนี้ ส่วนพวกเนื้อหา ปี 1 ก็จะเรียนพวกการวิชาพื้นฐาน  เช่น Mathematics , Mathmatics2 ,Physics 1, Physics 2 เป็นต้น ส่วนพวกวิชาเสรีก็จะมีให้เราเลือกลงตามหมวดค่ะ สายวิศวะเนี่ยจะเน้นคำนวณเป็นหลัก ซึ่งต้องมีใจรักในการคำนวณจริง ๆ และอีก 2 วิชาที่สำคัญเช่นกันคือวิชา Drawing และ computer programming ค่ะ

วิชาที่เรียนในตอนปี 1 จะป็นพื้นฐานเพื่อไปต่อยอดในวิชาภาคอีกด้วย  นอกจากนี้วิศวะก็จะมีเคมีแซม ๆ มาบ้าง  ส่วนทางด้านวิชาจำเพาะเจาะจง พวกโครงสร้าง หรือการออกแบบ การซ่อมแซมต่าง ๆ ก็จะแยกออกไปตามสาขาวิชาที่ตนเองสังกัดอยู่หรือว่าเลือกในตอนปี 2 นั่นเองค่ะ เช่นอย่างเราเรียนสาขาการบินและอวกาศ ก็จะเรียนเจาะจงเกี่ยวกับพวกเครื่องบินไม่ว่าจะเป็นทั้งการออกแบบเครื่องบิน การดูเคสและหาสาเหตุของเครื่องบินที่ตก การออกแบบอากาศยานต่าง ๆ อีกทั้งยังรวมไปถึงพวก จรวดและอวกาศ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดในการเรียนก็จะค่อย ๆเจาะลึกขึ้นไปตามชั้นปีค่ะ พวกวิชาภาคที่เจอก็อย่างเช่นพวก Aerothermodynamics , fluid mechanics in Aerospace ซึ่งอย่างที่บอกก็คือจะเน้นไปที่เครื่องบินอย่างเดียวเลยค่ะ

คิดว่า Signature ของมหาวิทยาลัยหรือคณะเราคืออะไรเหรอคะ?

สำหรับ signature ของ ที่นี่ก็คงจะเป็นการเรียนที่เข้มข้นค่ะ บอกเลยว่าใครที่ได้นอนหลับเต็มอิ่มนั้น ไม่ใช่เด็กวิศวะแน่นอน อ่านหนังสือกันหามรุ่งหามค่ำ ไหนจะงาน ไหนจะแลป ไหนจะโปรเจคต่าง ๆ อีกมากมาย  ก็ยอมรับเลยว่าเหนื่อยสุด ๆ แต่ก็มีความสุขค่ะ ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์น่ารัก และคอยซัพพอร์ทกันตลอด นอกจากนี้นิสิตแต่ละคนก็จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยค่ะ เพื่อคอยปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ก็ช่วยทำให้ความเครียดในการเรียนลดน้อยลงได้ค่ะ 

คณะนี้ เรียนจบไปสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้างคะ?

            คณะนี้จบไป มีสายงานกว้างมากเลยค่ะ สามารถทำงานได้หลากหลาย ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับสาขาที่ตนเองสังกัด ส่วนใหญ่วิศวกร มีหน้าที่ควบคุม ดูแล ออกแบบ ซ่อมแซม วิจัยและ พัฒนา สิ่งต่าง ๆ และยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอีกด้วย บางคนก็อาจจะไปเรียนต่อ แล้วจบมาเป็นอาจารย์ก็มีเช่นกันค่ะ

แล้วมหาวิทยาลัยของเรามีกิจกรรมเยอะไหม นอกจากเรื่องเรียนแล้วมีกิจกรรมอะไรให้เข้าร่วมบ้างคะ?

ทางมหาวิทยาลัย ก็มีกิจกรรมมาเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทาง พวกชมรมต่าง ๆ ที่ให้เลือกเยอะแยะมากมายตามความสนใจของตนเองมากกว่า  อาทิ ku-band, ku-acoustic ,ค่ายอาสา ,ชมรมกีฬาต่าง ๆ เป็นต้น

ส่วนในด้านการรับน้อง ก็จะมีรับน้องของทางมหาลัย แล้วก็จะมีรับน้องของคณะด้วยค่ะ  รับน้องของมหาวิทยาลัย ก็จะรับน้องแบบเรียบง่าย มีเต้นบ้าง เล่นบ้าง เบา ๆ กันไป ส่วนรับน้องของคณะเนี่ย ทีเด็ด ก็สนุกดีค่ะ แต่ก็เหนื่อย ก็จะเป็นการเข้าห้องเชียร์ และก็วิ่งประเพณีเพื่อเอารุ่น เอาเกียร์ และในแต่ละสาขาก็จะมีรับน้องแยกกันออกไปอีกค่ะ

ส่วนที่เจาะจงของคณะวิศวะก็จะมีแข่งกีฬากระชับมิตรกับวิศวะมหาลัยอื่น ที่เรียกว่า กีฬาสามเส้า คือจะมี ม.เกษตร จุฬา และธรรมศาสตร์ ก็จะมีกีฬาที่แข่งคือ บาส ฟุตบอล รักบี้ แล้วก็วอลเล่ย์บอลค่ะ แล้วก็จะมีกีฬา5เส้า คือการแข่งขันกีฬาของเด็กวิศวะเกษตร 5 วิทยาเขตค่ะ

พี่น้ำมีวิธีการแบ่งเวลาเรียนกับกิจกรรมอย่างไรคะ

โดยส่วนตัวก็เป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วย ก็จะมีเรื่องซ้อมเข้ามาอีก เราก็จะอ่านหนังสือเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ไปอัดเวลาใกล้สอบค่ะ มันหนักเกินไป แล้วเดี๋ยวมันจะอ่านไม่ได้ประสิทธิภาพ  ให้เวลาความรู้มันได้ตกตะกอนหน่อย ส่วนเวลาที่ไปทำกิจกรรมและฝึกซ้อมกีฬาก็ถือว่าเป็นการผ่อนคลายตัวเอง ได้ไปพบปะเจอเพื่อน ๆบ้าง ได้ทำงานอดิเรกบ้าง และก่อนที่จะสอบประมาณ 3 สัปดาห์ก็จะนั่งไล่ทำข้อสอบเก่าและจับเวลาเสมือนจริงเลยค่ะ  ส่วนช่วงก่อนสอบก็จะนั่งไล่ทำสรุป และอ่านทวนเนื้อหาใหม่ทั้งหมดอีกครั้งนึงค่ะ

ความรู้สึกที่คิดในตอนแรก กับหลังจากที่ได้เรียนเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรมั้ยคะ

สำหรับความรู้สึกที่คิดตอนแรกไว้กับหลังจากเมื่อเข้าไปเรียนแล้ว ทางด้านเนื้อหา ก็(ยาก)เหมือนที่คิดไว้ค่ะ  มันก็ท้าทายดี ท้า(รี)ไทร์ด้วย 5555  แต่ว่าเพื่อน ๆ ที่คิดไว้ตอนแรกคือแบบต้องแข่งกันเรียนแน่เลย แต่นี่ไม่เลย ทุกคนช่วยกันเรียน เพื่อน ๆ น่ารักค่ะ  คือตอนแรกก็กลัวว่าตัวเองจะ ไปไม่รอดแน่เลย มันยาก แต่ว่าสุดท้ายสังคมรอบข้างมันจะบีบให้เราอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนไปโดยปริยายเลย

ทางด้านอาจารย์ก็คอยที่จะช่วยเหลือ ช่วยอธิบายเพิ่มหากเราไม่เข้าใจเนื้อหา อาจารย์ทุกท่านใส่ใจนิสิตมาก ๆ ค่ะ (แต่บางท่านแอบโหดบ้างก็มีค่ะ)  แหะๆ

เรามองอนาคตเราไว้อย่างไรบ้างคะ

คืออนาคตก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำงานก่อนหรือว่าเรียนต่อป.โทเลย  แต่ก็มีวางแพลนไว้แล้วบ้างค่ะ ก็ต้องรอดูตอนฝึกงานว่ามันเวิร์คมั้ย ชอบอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า อะไรแบบนี้  แต่คิดไว้ว่าคงต่อป.โทแน่นอนค่ะ ส่วนเรื่องต่อทางด้านไหนค่อยว่ากันอีกที

มีอะไรจะฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากเข้ามาเรียนคณะนี้มั้ยคะ

ก็สำหรับน้องๆที่กำลังสนใจและอยากเข้าคณะนี้นะคะ  ก็อยากบอกว่า ขอให้น้อง ๆ เตรียมตัวให้ดีและเตรียมตัวให้พร้อมโดยเฉพาะพื้นฐานทางพวกวิชาคำนวณ และน้องจะต้องชอบมันจริง ๆ เพราะว่าเข้ามาก็คือแทบจะเจอทุกอย่างเป็นตัวเลขและตัวแปรหมดเลย หรือสำหรับใครที่ยังลังเลไม่แน่ใจว่า อยากเรียนอะไร จะเข้าดีมั้ย ก็ลองมาค่ายที่พวกพี่จัดก่อนก็ได้ค่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เนื้อหาไม่ว่าจะเป็นคณะไหนก็คงยากเหมือนกันหมด  อยู่ที่ว่าใครรู้ตัวเองเร็วและปรับตัวเร็วกว่ากันยังไงก็ขอให้น้อง ๆ สู้ ๆ นะคะ แบ่งเวลาอ่านหนังสือ เตรียมตัวมาให้ดี เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    แล้วเจอกันค่ะ 🙂

chomchanok mook

ชมมุก เด็กฝึกงานกิ๊กก๊อก ที่กำลังพยายาม productive

Related post