fbpx

วิธีต่อรองการเลือกคณะกับพ่อแม่ (เมื่อคณะที่ฉันฝัน..ไม่ตรงใจพ่อแม่)

 วิธีต่อรองการเลือกคณะกับพ่อแม่ (เมื่อคณะที่ฉันฝัน..ไม่ตรงใจพ่อแม่)

อยากเข้าคณะในฝัน แต่ดันไม่ตรงกับความต้องการของพ่อแม่ซะงั้น… น้อง ๆ หลายคนคงมีความฝันที่อยากเข้าคณะที่ตัวเองชื่นชอบ เพื่อเป็นการปูทางไปสู่อาชีพที่อยากเป็นในอนาคต แต่กับบางคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะเข้าใจในความต้องการของเรา ดังนั้นวันนี้ พี่มีวิธีการเจรจา/ต่อรอง การเลือกคณะกับพ่อแม่มาแนะนำ เพื่อน้อง ๆ คนไหนอาจนำไปใช้ประโยชน์ได้! เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ พวกเราจึงใส่ใจกันมากขนาดนี้ ลองดูกันเลย!

เงา, พ่อและลูกชาย, พระอาทิตย์ตก, สนทนา

  1. สังเกตการ แน่นอนว่าการที่เราคอยสังเกตพ่อแม่ จะทำให้เรารู้ว่าเราควรใช้วิธีแนวไหนในการเจรจา ควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไรที่พ่อแม่ไม่ชอบ ความต้องการของพ่อแม่คืออะไร หากเป็นไปได้เราก็ไม่ควรดื้อหัวชนฝา ลองเปิดใจและหาข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของพ่อแม่ให้ละเอียดก่อน และควรใช้การต่อรองเข้ามาเจรจาช่วย
  2. เก็บข้อมูล หากความต้องการของเราและพ่อแม่ไม่ตรงกัน ในลองหาข้อมูลที่เป็นความต้องการของเราให้ละเอียด ข้อดีและข้อเสีย การจัดหลักสูตรของคณะ เส้นทางที่สามารถต่อยอดไปสู่อาชีพในอนาคต กิจกรรมต่าง ๆ ที่พอช่วยหักล้างคณะที่พ่อแม่อยากให้เรียนได้ ข้อนี้สำคัญมาก เป็นการเอาเหตุผลมาช่วยถือว่าเป็นการเจรจาที่ดีที่สุด หากทำเป็นเอกสารออกมาได้จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือ และอย่าลืมที่จะพูดถึงข้อดีอย่างจริงจัง จะช่วยให้พ่อแม่เห็นว่า เราจริงจังและพยายามกับคณะนี้มาก ๆ 
  3. ความฝันในอนาคต วิธีนี้อาจต้องเตรียมการเป็นเวลานานหน่อย เป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาในการช่วย ช่วงเวลาที่เราพูดคุยกับพ่อแม่ในชีวิตประจำวัน ให้ลองแทรกเนื้อเรื่องความฝันอาชีพในอนาคตเราไปด้วย น้อง ๆ อาจไม่ต้องพูดถึงบ่อย แต่ต้องให้พ่อแม่รับรู้ได้ว่าเราอยากเรียนแนวไหน อยากทำอะไรเป็นอาชีพในอนาคต ใครคือบุคคลที่เป็นต้นแบบที่เราอยากเป็น พูดถึงข้อดีของความต้องการของเราให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนความสนใจธรรมดา แต่จะช่วยให้พ่อแม่ซึมซับความต้องการของเราไปในตัว
  4. เลือกสถานที่ / เวลา ไม่ใช่เฉพาะกับพ่อแม่ แต่การเลือกสถานที่และเวลาในการเจรจาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามีกาลเทศะนั่นเอง หากน้อง ๆ เห็นว่า พ่อแม่กำลังทำธุระ หรือมีแขก ก็ไม่ควรใช้เวลานี้ในการเจรจา ควรหาช่วงเวลาที่พ่อแม่ว่างหลังจากพักเหนื่อยจากการทำงาน ในบรรยากาศที่สบาย ๆ และพูดคุยง่าย
  5. หาตัวช่วย ตัวช่วยนี้อาจต้องเป็นคนที่เข้าใจเรา และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะสามารถพามาช่วยเจรจากับพ่อแม่ได้ การที่เราพูดเหตุผลออกไปอาจไม่มีน้ำหนักพอ เพราะพ่อแม่อาจมองว่าเราต้องการที่จะเรียนเลยเลือกพูดแต่ข้อดี…แต่ว่า! การมีตัวช่วยหรือกำลังเสริมที่ดีจะช่วยให้พวกท่านสามารถขอคำปรึกษาได้มากขึ้น อาจจะช่วยออกความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อจูงใจพ่อแม่เราของได้
  6. ต่อรอง หลักการนี้จะช่วยอาจให้พ่อแม่ของน้อง ๆ รู้สึกเบาใจขึ้นถ้าเรามีหลักมาต่อรอง อาจเป็นถ้าได้เรียนจะทำเกรดให้ดี หรือเป็นหลักที่จะช่วยให้ท่านสบายใจมากขึ้น อาจเลือกมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ท่านต้องการไว้เป็นตัวเลือกสำรอง แต่ลองอธิบายว่าน้อง ๆ อยากทำตามความฝันของตัวเองก่อน แต่อย่าทำให้การต่อรองเป็นการขู่เด็ดขาด! แบบนั้นอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยที่น้อง ๆ จะใช้การขู่เข้ามาในการเจรจากับพ่อแม่
  7. ทำให้เห็น การที่เราทำให้พ่อแม่เห็นถึงความพยายามที่เราอาจช่วยให้ท่านเข้าใจเรามากขึ้น เพราะการเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการสอบตรง ยื่น Portfolio หรือรอบอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เรามีสิทธิ์ในการศึกษาคณะนั้น ๆ ได้ โดยช่องทางการรับข่าวสารน้อง ๆ สามารถเข้าดูง่าย ๆ ได้เลยที่ https://tcaster.net/ จะทำให้น้อง ๆ ไม่พลาดข่าวสารในการรับสมัครของคณะที่น้อง ๆ ต้องการ!

พ่อของ, ลูกสาว, ฟัง, การพูดคุย, การสื่อสาร, ครอบครัว

เป็นยังไงกันบ้างกับวิธีการเจรจาต่อรองที่พี่เอามาแนะนำ การที่น้อง ๆ มีความต้องการที่จะทำตามความฝันนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีคนที่คอยเป็นห่วงน้อง ๆ อยู่ อย่าเผลอมองข้ามความรู้สึกของคนในครอบครัว ให้เลือกการใช้เหตุผลในการพูดคุยกัน ลองทำให้ท่านเห็นว่าชีวิตที่น้อง ๆ เลือกเป็นสิ่งที่เกิดจากความต้องการของเราเองจริง ๆ เพราะ พี่เชื่อว่าการที่น้อง ๆ ได้ทำสิ่งที่รักและมีคนคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ จะเป็นผลดีที่สุดกับทุกฝ่าย ดังนั้น อย่ายอมแพ้ล่ะ!

kat pari

pari

Related post